Tako House

หลังจากที่ร่อนไปกินร้านอาหารญี่ปุ่นมาทั่ว ร้านที่ดีก็มาก ที่ไม่ได้เรื่องก็มี
แต่ที่สังเกตคือ อาหารแพง และคนทำส่วนมากจะไม่ใช่คนญี่ปุ่น

ทาโกยากิร้อนๆๆๆๆ น่ากิน

แต่วันนี้มีอีกร้านที่จะมาแนะนำครับ เป็นร้านอาหารที่เปิดโดยคนญี่ปุ่นแท้ๆ ชื่อ ร้านทาโกะเฮ้าส์ (Tako House)

ที่มาที่ไปของร้านนี้

ร้านนี้ผมได้รับการเชื้อเชิญครั้งแรกโดย @lingjaidee ครับ
พี่ลิงใจดีเล่าว่า(เท่าที่จับใจความได้) ร้านนี้เป็นร้านที่มีต้นกำเนิดจากสามี(ญี่ปุ่น)กับภรรยา(คนไทยไปญี่ปุ่น)
สองคนนี้หลังจากแต่งงานกันก็ย้ายไปญี่ปุ่นนานๆๆ ครับ จากนั้นจึงกลับมาเมืองไทยอีกครั้งประมาณสามปีก่อน
แกก็เอาวิชาอาหารญี่ปุ่นมาเปิดร้านเล็กๆ หลัง Jusco รัชดาฯ ครับ
วิธีการมาก็ไม่ยากครับ เดินทะลุลานจอดรถมา ทะลุตัว Jusco มา เดินตรงเข้าซอยนิดๆ ก็เห็นร้านแล้วครับ
ถ้าหลงทาง เราก็จัดเบอร์โทรไว้ให้ครับ ที่ 087-5143558 ร้านเปิดทุกวันนะครับ ตั้งแต่ 10.00 – 22.00 น
(คืนก่อนไปมีลูกค้ามานั่งเรื่อยๆ ร้านก็อาจปิดเลทหน่อยได้นะครับ)


View Tako House in a larger map

แรกๆ ร้านนี้เปิดเป็นร้านเพิงเปิดสองห้อง ทำอาหารญี่ปุ่นขายได้เรื่อยๆ ถึงขั้นดี จึงต้องการพัฒนากิจการบ้างไรบ้าง
เลยตั้งใจทำเป็นห้องปิดติดแอร์อย่างดี แต่กลับถูกบีบและขึ้นค่าเช่า ทำให้ต้องเปิดเหลือห้องเดียว
ฟังดูเหมือนกับนิยายโอชินของคนสู้ชีวิตแท้ๆๆๆ ต้องต่อสู้กับเจ้าของที่ให้เช่า T T

ร้าน Tako house ครับ เน้นๆ ทาโกยากิ

เข้าร้านกันเถอะครับ

หลังจากเข้ามาในร้าน บรรยากาศร้านจะเป็นร้านเล็กๆ ครับ แรกเปิดประตูก็จะเห็นเตาทาโกยากิขนาดใหญ่
พี่ลิงแกว่านี่อิมพอร์ทมาจากโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นเลยนะเฟร้ยยยยยย

บรรยากาศเตาทาโกยากิอิมพอร์ท

ข้างในนั่งได้ 3-4 โต๊ะ แถมมีภาษาญี่ปุ่นลอยไปลอยมาเต็มร้าน บรรยากาศญี่ปุ่นมากๆ
แรกๆ เข้าไปแล้วก็จะงงๆ หน่อยครับ แต่คุณภรรยาเจ้าของร้านดีมากๆ ครับ เข้ามาชวนคุย แนะนำเมนู
ซึ่งเมนูติดหราอยู่ที่ผนัง เอิ่ม ใหญ่มากครับ สังเกตราคาปานกลาง ไม่แพงมาก มีทั้งของกินเล่นกินจริง
นอกจากนั้นอาจมีเมนูสเปเชี่ยลแต่ละช่วง ซึ่งคุณภรรยาจะมาแนะนำให้ด้วย น่ารักมากๆๆๆๆ

บรรยากาศมุมญี่ปุ่นของร้าน
เมนูที่ร้านครับ

งั้นเรามาสั่งกันเลยดีกว่า แนะนำว่าร้านนี้สั่งแล้วอาจช้านิดนึงนะครับ

สิ่งที่ผมชอบร้านนี้มากๆ คือความเป็นกันเอง เราเดินไปดูเค้าทำได้ ถ่ายรูปได้ เจ้าของชวนคุยตลอด ชวนหิวๆ
ถ้าคุยญี่ปุ่นได้นี่จะเริ่ดมาก เพราะจะคุยกับคนอื่นๆ ในร้านได้ด้วย โดยเฉพาะคุณสามีที่เป็นชาวญี่ปุ่น

ทำอาหารให้ดูกันเห็นๆ เลยทีเดียว
ทาโกยากิ กลิ่นหอมน่ากินมากๆ

จริงๆ นะ บรรยากาศมากินข้าวบ้านเพื่อน สบายๆ
มีแม่มาชวนคุย แนะนำอาหารเป็นกันเอง แถมไปดูแม่ทำกับข้าวก็ได้ อยากได้อะไรหยิบเอง เดินเพ่นพ่านได้สบายๆ

เริ่มเปิดด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย

และแล้ว… จานแรกก็มาแล้วครับ ผมไม่รู้จัก… ให้อารมณ์เหมือนพิซซ่าญี่ปุ่นปนแพนเค้กแฮะ แต่หอมกว่า
แต่เห็นผู้ร่วมทริปอีกท่าน คือ @sickbear เรียกมันว่า “Kyabetsuyaki” (พยายามฟังพี่แกหลายทีแต่ไม่รู้เรื่องจริงๆ)

พี่ @sickybear เรียกมันว่า Kyabetsuyaki

อร่อยดีครับ โดยเฉพาะตอนกินร้อนๆ หอมมาก
อารมณ์รสชาติคล้ายๆ Okonomiyaki แต่องค์ประกอบส่วนมากจะเป็นไข่ชั้นล่าง
ชั้นกลางเป็นผักและหอมใหญ่และหมู ส่วนชั้นบนเป็นซอสราดมายองเนส อร่อยเมพพพพพ
รสชาติอบอุ่นมากครับ หอมหวานและติดตรึงในความทรงจำเหลือเกิน

ประทับใจ Kyabetsuyaki

และแล้ว ทาโกยากิก็มาครับ…
หลังจากสั่งไป ก็มีกลิ่นหอมยั่วมาตลอด แถมรอนานนิดๆ เพราะเค้าทำใหม่ทุกครั้งที่เราสั่ง ไม่ได้เอาของเก่ามาอุ่นใหม่
และแล้ว,, ทาโกยากิร้อนๆ ก็มาครับ จานนึงมีแปดลูก กลิ่นหอมดีครับ

Takoyaki ที่สั่งมาแล้วครับ

แม้จะหิวมากมายแค่ไหน ก็อย่าได้ริอาจกระโจนเข้าใส่มันเร็วเกินไป เพราะมันร้อนมากๆๆๆๆๆ
เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ทาโกยากิอร่อยไม่เลวแฮะ

ต่อมาก็เป็นข้าวปั้นอินาริครับ ชุดนึงมีสามคำ
เป็นข้าวปั้นห่อฟองเต้าหู้ รสชาติออกหวานๆ เปรี้ยวๆ เย็นๆ ส่วนตัวผมเฉยๆ นะ

ข้าวปั้น Inari หรือ อินาริ

มาถึงอาหารจานหลัก

เริ่มด้วยชุดปลาย่าง เป็นชุดมาพร้อมข้าวญี่ปุ่นครับ จำชื่อปลาไม่ได้ -_-a
ย่างนานมาก เจ้าของร้านลงทุนไปย่างไฟนอกร้าน ก็หอมดีครับ จิ้มกินกับโชยุ รสชาติไม่เลว

ชุดปลาย่าง หอมใช้ได้

ชุดต่อมาก็เป็นฮัมบากุหมูชิ้นโตร้อนมาก มาพร้อมกับไข่ดาวและข้าวที่ร้อนไม่แพ้กัน
ชุดนี้ผมว่าอร่อยดีนะ เป็นหมูสับผสมกับหอมใหญ่ซอยละเอียดแล้วปรุงรสอย่างดี แม้ก้อนใหญ่แต่ก็สุกทั่วถึง

ฮัมบากุหมู ชิ้นโต ราดซอสเมพ

สิ่งที่ผมว่าแหล่มเลยคือซอสที่ราดบนหมูแหละครับ สันนิษฐานว่าเอามาจากซอสราดทาโกยากิ
ร่วมกับเนื้อหมูที่เสริมพลังจากหอมใหญ่ เนื้อหมูเด้งๆๆๆ อร่อยๆๆ กินเพลินๆ
แนะนำว่าให้สั่งซุปมิโซะ(ไม่รวมในชุด) เพิ่มมาด้วยครับ แหล่มสุด

ฮัมบากุอร่อย ก้อนใหญ่ เนื้อหมูปรุงรสอย่างดี
ระเบิดฮัมบากุกินกับไข่ คลุกซอสทั่วๆ อร่อยๆ

ส่วนจานหลักอีกจานนี่ผมเฝ้ารอเฝ้าคอยมานานครับ
จานนี้คือ tonkatsu ชุดหมูทอดญี่ปุ่นพร้อมข้าวครับ

ชุด tonkatsu ครับ

ชุด tonkatsu ประกอบด้วยหมูทอด น้ำจิ้ม ผัก และข้าวสวยครับ
ส่วนตัวผมว่า tonkatsu รสชาติกลางๆ ครับ ไม่ได้เก๋มากครับ อร่อยระดับแก้เสี้ยนแบบอยากกินมาก แต่ไม่รู้ที่ไหนดี
เนื้อหมูโอเคครับ เลือกส่วนใช้ได้ ส่วนแป้งกับเกล็ดขนมปังก็กลางๆ ครับ ทอดกรอบดีแต่ไม่ฟูมาก

เนื้อหมูโอเคครับ เนื้อแน่น ติดมันไม่เยอะ
แป้งและเกล็ดขนมปังบน tonkatsu

ถ้ากินเปล่าเปลี้ยๆ รสชาติจะเฉยๆ
แต่ถ้าได้เวทย์มนต์แห่งน้ำจิ้ม มันจะอร่อยเทพขึ้นมาอีกหลายขุมโดยไม่รู้ตัว

หมูทอดลงน้ำจิ้ม เข้ากันดีมาก

เอิ้ก อิ่มอร่อย
เติมข้าวไปทีนึง จุกแทบตายเลยครับ 555+

สรุปที่มากินวันนี้

ถ้าอธิบายเรื่องรสชาติ ราคา ผมให้ระดับปานกลางนะ ไม่ได้อร่อยมากๆ เหมือนร้านดังๆ แต่ราคาก็พอหยิบจับได้
เช่นถ้าเทียบทาโกยากิกับร้านงินดาโกะ (ใต้ Esplanade) ผมว่ายังห่างชั้นกันอยู่ แต่ราคาก็ห่างด้วย
หรืออย่างชุด tonkatsu ชุดนึงก็ประมาณ 120 บาท ถ้าเทียบราคาแล้วผมโอเคนะ
แต่จุดเด่นจริงๆ ของร้านนี้คือบรรยากาศและความเป็นกันเอง
การที่เข้ามาในร้านเค้าต้อนรับคุณดีมาก เป็นกันเองดี ชวนคุยได้ตลอด แนะนำอาหารว่าวันนี้มีอะไรดีไม่ดี
ถ้าเทียบก็อย่างที่บอกแหละครับ เหมือนไปกินข้าวบ้านเพื่อนที่รู้จักกัน
อารมณ์แวะมาเที่ยว มาพูดคุยกัน แล้วกินข้าวด้วย มากกว่าที่จะเป็นลูกค้ากินเสร็จจ่ายเงินกลับไปจบ
แถมการเดินทางก็ไม่ยากด้วย ทะลุ Jusco เข้ามานิดเดียวเอง
เหมาะกับคนรอดูหนังหรือหลังหนังเลิกที่ esplanade (แต่ไม่เกิน 22.00 — แนะนำให้โทรไปถามที่ร้านก่อน) ก็ไปกินได้

เป็นอีกร้านที่ผมประทับใจในความอบอุ่นของอาหารเหนือรสชาติของอาหารครับ 😀