Nanjya Monjya

ช่วงนี้เป็นไรก็ไม่รู้ ผมรู้สึกคลั่งไคล้โอโคโนมิยากิอย่างแรง
ความรู้สึกที่ได้ไปกินร้านที่มันอร่อยๆ ที่ประทับใจมานั้น
มันทำให้ความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีที่เคยกินจากร้านที่ไม่อร่อยหายไปหมด
วันนี้จะพาไปกินอีกร้านนึงครับ ชื่อ นันจะ มนจะ (なんじゃ もんじゃ : Nanjya-Monjya)
ซึ่งมีสาขาหลายประเทศ ส่วนในประเทศไทย เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 4 ปีครับ

ตำแหน่งทำเลที่ตั้งร้าน

จริงๆ ร้านนี้ตั้งอยู่เรียกว่าใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้ครับ เพราะร้านตั้งตรงตึก Ascott ถนนสาธรเลยครับ
โดยตึก Ascott ก็ตั้งอยู่ระหว่าง BTS สถานีช่องนนทรีกับสถานีสุรศักดิ์ครับ (แนะนำลงช่องนนทรีใกล้กว่าหน่อย)
ก่อนถึงโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์หน่อยนึงครับ

ตึก Ascott ที่เป็นที่ตั้งของร้าน Nanjya Monjya ครับ


View Nanjya Monjya in a larger map

โดยร้านนันจะมนจะอยู่บริเวณชั้น 1 ของตึก Ascott ครับ เดินตรงมาทางเข้าตึกก็เห็นร้านแล้ว
ป้ายสีแดงโดดเด่นเป็นสง่าครับ (ถ้ามองไม่เห็นแนะนำให้ถามยาม)

หน้าร้าน Nanjya Monjya ครับ

โดยร้านจะเปิดทุกวัน 2 ช่วงเวลาครับ คือ ช่วงเที่ยง 11:30 – 14:30 น. และมื้อค่ำ 17:30 – 22:30 น.
แนะนำว่าถ้าจะไปควรไปก่อนเวลาร้านปิดครับ เพราะครัวจะปิดก่อนเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง
ส่วนเว็ปไซต์ของร้าน http://www.nanjya.net/ และเบอร์โทรศัพท์ที่ 02-676-7190-1

ช่วงที่ผมไปร้านเค้าครั้งนี้ใกล้ช่วงพักบ่าย เลยอาจดูมืดๆ ในบางมุม
ถ้ามาช่วงเย็นๆ เปิดไฟ+มีแสงอาทิตย์ยามเย็น แสงน่าจะสวยกว่านี้
ยิ่งที่ร้านนั้นทำด้วยไม้เกือบทั้งร้าน พื้นที่ร้านขนาดชั้นครึ่ง นั่งได้ประมาณ 40-50 ที่นั่ง
โดยรวมดูเป็นเอกลักษณ์ดีครับ ทั้งบรรยากาศร้าน และเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ
ส่วนมากลูกค้าที่ผมจับพลังได้ก็เป็นชาวญี่ปุ่นและมักมาเป็นครอบครัว ส่วนลูกค้าชาวไทยก็มีบ้างประปราย

จาน + ตะหลิวเล็ก + ตะเกียบที่ร้านครับ
ชุดสหเครื่องปรุง สำหรับเมนูทำเองต่างๆ ครับ
โต๊ะพร้อมกระทะร้อนพร้อม!!!

สิ่งที่ผมว่าเก๋ของที่ร้านอีกอย่างคือเมนูครับ
เมนูที่ร้านจะมี 2 เล่ม เล่มนึงจะเป็นเมนูมาตรฐานของร้าน ลักษณะเป็นคล้ายๆ นิตยสารรายเดือนเลย
ตอนแรกพนักงานเอามาให้ก็งงว่าจะเอานิตยสารมาให้ทำไม เปิดมาดูข้างในจึงถึงบางอ้อ ,,, เก๋มากครับ
ส่วนอีกเล่มจะเป็นแฟ้ม ประมาณ update อาหารชุด และรวมโปรโมชั่นต่างๆ ของร้านครับ

เมนูที่ร้านเป็นเอกลักษณ์มากๆ ไอเดียดีครับ

เมนูดูแล้วมึนๆ นิดนึง แนะนำให้ศึกษาโปรโมชันก่อนลุยนะครับ เผื่อเจอโปรโมชั่นดีๆ ก่อน

จัดหนักมาได้เลยครับ

วันนี้เริ่มที่อาหารชุดก่อนละกันครับ ซึ่งอาหารชุดที่นี่จะมีทั้งข้าว เครื่องเคียง และซุปพร้อมเลย
ชุดแรกเป็นฮัมบากุ, หรือฮัมเบิร์ก หรือ แฮมเบอร์เกอร์ญี่ปุ่นครับ ชุดนี้ของ @ahohey
ฮัมบากุหมูชิ้นโต ราดด้วยซอสชั้นเยี่ยม โปะหน้าด้วยไข่ดาวอย่างเนียน เท่าที่ลองชิมดูก็อร่อยดีครับ

ฮัมบากุเซ็ทน่าทานมาก มาพร้อมข้าวและซุป

ส่วนผมก็ไม่พลาดที่จะสั่งชุด tonkatsu เช่นกันครับ
ชุดนี้เป็นหมูสันนอกเนื้อเนียนขนาดกำลังพอดี ทอดสีเหลืองสวยเป็นประกาย วางอยู่บนกะหล่ำซอยครับ
มาพร้อมกลิ่นหอม น่ากินมากครับ

ชุด tonkatsu อร่ยใช้ได้ครับ
เนื้อหมูเนียนๆ แต่แป้งยังทอดไม่ถูกใจผมเท่าไหร่

เท่าที่ลองชิมผมว่ารสชาติอยู่ในระดับพอใช้ครับ อร่อยแต่ไม่ได้ถึงกับแหล่มเมพ
เนื้อหมูคุณภาพดี ได้กับน้ำจิ้มเปรี้ยวหวานผสมงาบดถือว่าไม่เลว แต่แป้งกับเกล็ดขนมปังผมว่ายังไม่ได้ถึงจุดเท่าไหร่

เอาหมูทอดมาชนกับน้ำจิ้ม อร่อยใช้ได้

หมดอาหารชุดแล้ว คราวนี้เราก็จะมาใช้กระทะร้อนที่อยู่ตรงหน้าแล้ว

กระทะร้อนๆ แบบทำกันเอง

จุดเด่นของร้านนี้จริงๆ คือเมนูที่ต้องทำผ่านกระทะร้อนครับ ซึ่งมีให้เลือกเยอะเหมือนกัน
ซึ่งกระทะร้อนที่นี่เค้าจะเอาของดิบให้เรามาทำเอง ปรุงแต่งเติมอะไรก็ตามใจเรา แต่ถ้าไม่เป็นก็มีพนักงานมาช่วยให้
ชุดแรกเริ่มที่ เทปปันยากิ หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นเนื้อกระทะร้อน สั่งมาก็มีสามจานมาให้ครับ
เป็นจานผัก, จานหมูหมัก, และจานปลาหมึกครับ แต่ละจานเรียงสวยน่ากินมากมาย

ชุดเทปันยากิผักพร้อมน้ำจิ้ม
หมูหมักในชุดเทปปินยากิ น่ากินมากๆๆ
จาบปลาหมึก ดูสดน่ากินมากมาย หม่ำๆๆ

แล้วก็เตรียมกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันนิดๆ อัดเนยหน่อยๆ แล้วก็ลุยครับ เริ่มที่จานหมูก่อนดีกว่า
ส่วนตัวผมว่าอารมณ์คล้ายๆ หมูกระทะแบบไฮโซ แต่หมูเค้าหมักอร่อยดี

หมูเทปัน,, หอมน่ากินมากๆๆ
เอามากินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยใช้ได้

ส่วนปลาหมึก เอามาผัดกับเนยที่มีมาให้พร้อมในจานครับ กลายเป็นปลาหมึกผัดเนยไปเลย
ต้องชม @ouimu ที่ผัดได้ปลาหมึกได้หอมและเนียนมากๆ ทั้งๆ ที่เป็นแค่พ่อครัวสมัครเล่น

ปลาหมึกผัดเนยฝีมือพ่อครัวมือใหม่อย่าง @ouimu
ปลาหมึกผัดเนย เกรียมกำลังดี ไม่มีเกรียน

ลุยต่อกับเป้าหมายของวันนี้ คือ โอโคโนมิยากิ

ใช่แล้วครับ ที่เรามาร้านนันจะมนจะในวันนี้คือเราตั้งใจจะมากินโอโคโนมิยากิกันครับ
โดยหลังจากพลิกๆ เมนูอยู่นานก็เลือกได้ 2 ชุดครับ เป็นโอโคโนมิยากิหน้าหมู และหน้าชีสครับ
ซึ่งที่นี่ เค้าจะเอาเป็นของดิบมาให้เราทำเองครับ หรืออย่างที่บอก ถ้าทำไม่เป็นก็มีคนช่วยครับ

สรุปแล้วได้ของมาทำโอโคโนมิยากิ 2 เซ็ตครับ
ชามนี้ สำหรับหน้าหมูครับ ,, สังเกตจากเบคอนชิ้นโต
ส่วนอันนี้หน้าชีสครับ ,, ให้ชีสชามนี้มาเยอะมากๆๆ

แต่พอดีวันนี้มีน้องสาวอย่าง @ahohey มาช่วยเป็นแม่ครัวจำเป็นให้
สังเกตลีลาของเธอแล้วไม่ธรรมดาจริงๆ ตั้งแต่การผสมเครื่องปรุง การใช้ตะหลิวและกระทะ รวมทั้งเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ
สมแล้วที่ให้ไปฝึกทำอาหารญี่ปุ่น (ขนมโตเกียวกับมาม่า) มานาน

คลุกเคล้าส่วนผสมต่างๆ ให้เข้ากัน ,, เรียกง่ายๆ ว่าคนให้ทั่ว
จากนั้นก็ลงน้ำมัน รอกระทะร้อนให้ได้ที่ครับ
จากนั้นก็เทส่วนผสมต่างๆ ลงไป จัดให้ได้รูปสวยงาม

จุดนี้แอบแนะนะนำนึงว่าอย่าปั้นเป็นก้อนหนามาก เพราะตรงกลางจะไม่สุกเท่าที่ควร แม้ข้างนอกจะเกือบไหม้แล้วก็ตาม
แนะนำว่าแต่ละฝั่งให้ปิ้งนานประมาณ 10-15 นาทีครับ (แต่ต้องสังเกตบริเวณกลางๆ ด้วยว่าสุกดีไหม)

คิดว่าด้านแรกสุกได้ที่ก็เตรียมพลิกได้ครับ
เย้ๆๆๆ พลิกมาอีกหน้า สุกสวยกำลังพอดี

ส่วนนี่คือลีลาของ @ahohey ครับ ลีลาจาพนมชัดๆ
โอโคโนมิยากิกรูอยู่ไหน 55+ (รูปนี้แอบถ่ายน้องเค้ามานะครับ ไม่ได้จัดฉากแต่อย่างใด)

ท่านี้สวยงามครับ สมแล้วที่เปิดต้มยำกุ้งดูหลายรอบ

เริ่มพิซซ่าญี่ปุ่นของเราเริ่มสุก สีก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง กลิ่นหอมโชยเตะจมูกน่ากินมากๆ
ลืมบอกว่าถ้าใครต้องการสั่งหน้าท๊อปปิ้งเอามาแต่งหน้าโอโคโนมิยากิเพิ่มก็สามารถทำได้ครับ
หรือว่าชุดที่มีหน้า แนะนำให้แยกเอาหน้ามาทำต่างหากแล้วค่อยโปะทีหลังเพื่อความสวยงามครับ

พอชีสเจอกับเตาร้อนๆ ก็เริ่มเกิดการละลายเยิ้มๆๆๆ
เดี๋ยวเราจะเติมเบคอนเป็นท๊อปปิ้งเสริมด้วยครับ ตอนนี้เอามาทอดก่อน

ถึงจุดนี้ แม้ยังไม่สุกเต็มที่ แต่ความหอมของตัวโอโคโนมิยากิ และเบคอนท้อปปิ้งมันเย้ายวนมากๆ
หิวแล้ววววว แต่ต้องรออีกนิด ,,, ระหว่างรอเลยต้องขอจัดรูปคู่สักหน่อย ก่อนที่จะแยกย้ายไปตามกระเพาะแต่ละคน

รูปคู่แห่งโอโคโนมิยากิมื้อนี้ครับ

พอคิดว่าใกล้สุกแล้ว ก็เตรียมปรุงหน้าได้ครับ จริงๆ
จริงๆ การปรุงหน้าก็สามารถทำได้ที่เตาเลย หรือจะเอาไปทำแยกเองแต่ละจานก็ได้ครับ
ซึ่งถ้าทำเลยที่เตา รสชาติจะเนียนกว่า แต่เตามันก็จะเลอะๆ หน่อย มีคราบดำๆ ติดได้

เริ่มด้วยการโรยปลาแห้งคาซึโอและสาหร่ายอบแห้ง ,, ใส่เยอะๆๆ
ราดซ้อสยากิรสเด็ดของร้านพร้อมด้วยมายองเนสครับ

ตอนนี้ปรุงรสได้ที่ ก็ตักแบ่งใส่แต่ละจานครับ ,, ส่วนตัวผมขอใส่เครื่องเพิ่มอีกๆ
หลังจากชิมแล้วรสชาติก็โอเคนะครับ กลิ่นหอม มันๆ เคี้ยวเพลิน
ส่วนมากรสชาติของผมจะมาจากเครื่องปรุงนี่แหละครับ เพราะผมล่อไปซะเยอะมากๆ
ส่วนตัวผมว่าปลาแห้งกับสาหร่ายอบแห้งนี่อร่อยมากๆ ครับ

โอโคโนมิยากิ ตักแบ่งแต่ละจาน ดูเละไปนิดเพราะแต่งหน้าเยอะไปหน่อย

และสุดท้ายปิดมื้ออาหารด้วยแตงโมแก้เลี่ยนครับ

แตงโมหวานฉ่ำ ปิดท้ายอาหารมื้อนี้

จริงๆ ยังมีอีกหลายเมนูครับที่อยากสั่งอีก ทั้งมนจะยากิ เต้าหูอบชีสและไข่ปลาทาระกระทะร้อน ฯลฯ
แต่ด้วยงบประมาณ (อันมาก) และความอิ่ม ทริปนี้จึงต้องยุติไว้ก่อน ฮาๆๆๆ

ที่มากินกันวันนี้ครับ

ร้านนี้โดยรวมผมว่ารสชาติและความอร่อยถือว่าดีเลยครับ แต่ติดที่ราคาเพราะแต่ละเมนูแพงใช่ย่อย
อย่างโอโคโนมิยากิ ทำเองก็ 250-300++ บาท, เทปปันยากิจานนึงก็ประมาณ 150-200 บาทครับ
โดยเฉพาะรายการในเมนูที่เป็นนิตยสารนั่น ราคาถือว่าโหดใช้ได้เลยทีเดียว

โอโคโนมิยากิแห่งร้านนันจะมนจะ

ส่วนตัวผมว่า แนะนำให้สอบถามรายการโปรโมชั่นต่างๆ ก่อน ซึ่งช่วงก่อนมีโอโคโนมิยากิ 1 แถม 1 แต่ตอนนี้หมดละ
เท่าที่จำได้ ตอนนี้มีโปรโมชั่น tonkatsu set, เบียร์ลดราคา และอะไรประมาณนี้มาแทน
ซึ่งราคาเมนูต่างๆ ถ้าไม่มีรายการโปรโมชันแล้ว ถือว่าแพงใช้ได้เลย ถ้ากินคนเดียวอาจกระเป๋าฉีกได้
แนะนำว่าควรชวนไปกินหลายๆ คน เพื่อที่ว่าจะได้สามารถสั่งเมนูได้เพิ่มมากขึ้น หารกันจะได้เบาหน่อย

ส่วนเรื่องรสชาติและความสดของอาหารผมว่าดีเลย บรรยากาศในร้านถือว่ายอดเยี่ยมด้วย พนักงานก็โอเคครับ
แต่ร้านแบบนี้ผมว่าจุดที่ทำให้กินลำบากคือโต๊ะที่มีกระทะร้อน build in ครับ
เพราะว่าตัวกระทะที่ร้อนทำให้ผมกินอาหารชุดที่ประกอบด้วยถ้วยหลายๆ ใบลำบากมาก ไม่รู้จะวางตรงไหน
โดยเฉพาะถ้าสั่งเทปปันยากิ, อาหารชุด, อาหารจานเอามาเยอะๆ พร้อมๆ กัน แทบจะวางบนพื้นเลยทีเดียว

ยังไงถ้าสนใจก็ลองไปชิมได้ครับ