Gindaco takoyaki

หนึ่งในร้าน Takoyaki หรือขนมครกญี่ปุ่นที่ผมว่ายอดเยี่ยมมากครับ
หลายครั้งที่ผมตามไปกินตามร้านต่างๆ แต่มันยังไม่คลิ๊กเท่าที่ควร แม้เป็นร้านญี่ปุ่นแท้ๆ
แต่ร้านนี้ผมว่า แหล่มโคตรแล้วละครับ ทั้งร้านขายแต่ทาโกยากิอย่างเดียว
ร้านนี้คือ กินดาโกะ หรือ Gindaco ครับ

ที่ไปที่มา และไปๆมาๆยังไง

ร้าน Gindaco มีต้นตำรับมาจากประเทศญี่ปุ่นครับ
โดยคำว่า “กิน” มาจาถนนกินซ่าครับ ส่วน “ดาโกะ” เป็นคำแสลงที่มาจากคำว่าทาโกะ หรือไอ้ปลาหมึกยักษ์ที่เอามาทำ
ซึ่งเพื่อนผมบอกว่าร้านนี้ที่ญี่ปุ่นถือว่าอร่อยในระดับต้นๆ คนต่อคิวเพียบ

หน้าร้าน Gindaco สาขาเมืองไทย

ตอนนี้ที่เมืองไทยก็มีร้านนี้นะครับ มีแค่สาขาเดียว ตั้งอยู่ที่ชั้นใต่ดินของห้าง Esplanade รัชดา
ถ้าสนใจมากินก็มาทาง MRT ขึ้นสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ออกทางออก 3 แล้วเดินเข้าห้างเลย

โดยที่ร้านเค้าโฆษณาไว้ว่า เตาเหล็กที่เอามาทำทาโกะยากิต้องเป็นเตาพิเศษ นำเข้าจากญี่ปุ่น ,,จากนั้นก็ต้องเตรียมวัตถุดิบอย่างดี ทั้งแป้ง น้ำมันข้าวโพด ปลาหมึก ผัก สาหร่าย และเครื่องปรุงอย่างพิถีพิถัน ซึ่งทางร้านบอกว่า วัตถุดิบนั้นเป็นของนำเข้าจากญี่ปุ่นเกือบทั้งนั้น (แต่พี่คนทำนี่ดูแล้วไม่น่าจะมาจากญี่ปุ่นนะ) เอามาทอดๆ หมุนๆ ปิ้งๆ พลิกๆ คลึงๆ แป้งให้ได้กลมๆ ด้วยผู้ชำนาญการ โดยเฉลี่ยใช้เวลาถึง 25 นาทีต่อเซ็ต

ขั้นตอนการเตรียมการ ปูแป้งและโรยปลาหมึก

เออ… แม้ว่าจะเป็นคนไทย แต่พี่คนทำคล่องจริงๆ ครับ วิ๊บๆ แว๊บๆ เฮ้ย มือเร็วมากๆ อย่างกะมีสิบแรงมือ
ทำไปตะโกนไป แรกๆ ผมก็รำคาญ แต่หลังๆ ผมก็ยังรำคาญอยู่ดี… มันคงเป็นวัฒนธรรมของร้านมั้งครับ

พี่คนทำคล่องมากๆ มือไวจนแทบมองไม่ทัน หรือพี่แกมีหลายมือหว่า

พอเริ่มได้ที่ ก็แอบดูซ๊อสสีเข้มขรึมและเครื่องปรุงต่างๆ ทั้งปลาคาซึโอะแห้ง กับสาหร่ายคาเกะบด คริๆๆๆ
แอบหิวแล้วอะ…

เครื่องปรุงหน้าทาโกะยากิของเรา

เมนูและราคาหน้าป้าย

นี่เป็นราคาหน้าป้ายของทางร้านกับเมนูท๊อปปิ้งทั้ง 4 ของทางร้านประกอบไปด้วย
รสดั้งเดิม, รสเทริยากิ (Teriyaki), รสเทริยากิหน้าไข่ (Teritama) และรสน้ำจิ้มเทมปุระ (Negidaco)

ราคาค่างวดของทาโกยากิแต่ละแบบ พร้อมเซ็ท

แม้ราคาดูเหมือนจะแพง แต่ถ้าเทียบกับถ้าเราหอบสังขารไปกินที่ประเทศญี่ปุ่น
หน้า original ราคา 500 เยน/8ลูก คิดง่ายๆ ประมาณ 150 บาท/8ลูก เมืองไทย 150 บาท/10ลูก
ส่วนหน้าอื่นๆ ราคา 600 เยน/8ลูก หรือประมาณ 200 บาท/8 ลูก เมืองไทย 175 บาท/10 ลูก
ดูยังไงกินเมืองไทยก็ถูกกว่าเห็นๆ (แต่ส่วนตัวผมว่าราคาก็แพงโขอยู่แหละครับ)
แต่หากไปกินที่ญี่ปุ่น มันก็จะมีหน้าเก๋ๆ พวกหน้าชีสแกงกะหรี่ (รวมทั้งอีกหลายหน้าที่อ่านไม่ออก 555+)

ซึ่งส่วนตัว ผมแนะนำให้สั่งน้ำชาเขียวข้นคลั่กหรือเรียกว่าชา Macha มาด้วย
เพราะอะไรเหรอครับ… หุหุหุ… เดี๋ยวได้รู้กัน

ชาเขียว Macha ปั่นๆๆๆๆ เสิร์ฟๆๆๆๆ
ชาเขียวมัจฉะ(จืด) หากต้องการหวานให้เติมน้ำเชื่อมเอง

พร้อมแล้วก็มากินกันเถอะครับ

นั่งคอยสักพัก พนักงานก็มาเสิร์ฟทาโกะยากิในกระทงสุดหรู แต่งหน้าซะสวยเชียว คริๆๆ
วันนี้ผมสั่งหน้าออริจินอล กับหน้าเทริยากิครับ สองกระทง กระทงละสิบลูก (กินกะเพื่อนๆ)
กลิ่นหอมน่ากินมาก รูปร่างก็น่าทาน ทาโกะยากิลูกโต ย่างไฟสีเหลืองทองใสกำลังแหล่ม

ทาโกะยากิ หน้า original ครับ
ส่วนถาดนี้เป็นรสเทอริยากิครับ แหล่มๆๆ

ที่ผมให้เตรียมชาเขียวมาเป็นตัวช่วย เพราะว่าทาโกยากิมันร้อนมากครับ…
แม้ภายนอกจะดูกลมๆ ไร้เล่ห์เหลี่ยม แต่ภายในกลับร้อนดั่งเปลวเพลิง
ซึ่งมันจะร้อนจริงๆ ช่วงที่่เรากินทั้งลูกและกัดทาโกะยากิในปาก นั่นแหละครับ ช๊อตนั้น ลวกไปถึงขั้วปอด

เปิดข้างในออกมามีแต่ควันพวกพุ่ง,,, แต่ข้างในกลวงไปหน่อย

เพื่อนผมแนะนำว่า ให้เอาไม้มาเขี่ยๆ เปิดช่องระบายความร้อนออกก่อน พอช่วยได้
แต่พอเขี่ย ข้างในมันจะโล่งๆ ส่วนตัวผมว่ามันสูญเสีย balance แห่ง takoyaki ไปส่วนนึงละ
แต่ส่วนตัวผมว่า การซัดทาโกะยากิเต็มๆ คำเป็นอะไรที่เก๋มาก แม้ว่าจะต้องทนกับความร้อนลวกขั้วปอดก็ตาม
เพราะการที่ข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่ม เคล้ากลิ่นปลาหมึกและเครื่องเทศต่างๆ มานัวในคำเดียวมันแหล่มมาก

สำหรับผมต้องซัดคำละลูกครับ สะใจดี

แหล่มหลาย ซัดโฮกสิบลูกอิ่มโคตร

ที่มากินวันนี้

เท่าที่ผมเคยกินมา ทาโกะยากิในเมืองไทยที่ผมว่าอร่อยที่สุดก็น่าจะเป็นเจ้านี้แหละนะ
ซึ่งถ้าเทียบราคากันจริงๆ กับเจ้าดังๆ อื่นๆ ที่มีความแพงใกล้เคียงกันผมว่าก็ได้ประมาณนี้แหละ

สุดยอดแห่ง takoyaki จริงๆ

ที่ผมชอบคือมันร้อนสะใจ และขนาดของทาโกะยากิพอดีปากผม (ที่ขนาดใหญ่มากๆ)
อารมณ์ซัดคำเดียวหมดนี่มันสะใจสุดๆ และได้รสของทาโกะยากิแบบเต็มๆ คำ ข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่ม
ส่วนตัวผมว่าหาข้อติยากมาก จะมีก็แค่ผมไม่ชอบคนตะโกนขายของกับให้ปลาแห้งคาซึโอะน้อยไปหน่อย แค่นั้น
ถ้าจะกินขำๆ กินเอาเท่ หรือทดลองกิน แนะนำว่าหกลูกก็อิ่มได้ ถ้าเผลอกดสิบลูกระวังจุกได้ง่ายๆ

ไว้แวะมาลองชิมละกันครับ ผมมาอีกแน่นอน