หลังจากช่วงนี้ซัดเนื้อย่างมาเยอะมากๆ
หลายคนทักว่า เอ็งเป็นหมอไม่รู้เหรอไงกินปิ้งย่างเยอะมันเสี่ยงมะเร็ง …ทำไงได้ ก็ใจมันอยากนี่ครับ
แถมตัวผมเองยังชอบกินเนื้อวัวอย่างรุนแรง
เอาเป็นว่าวันนี้เราลองเปลี่ยนบรรยากาศจากปิ้งย่างมาเป็นชาบูบ้างครับ ที่ “Burendo shabu”
ตำแหน่งที่ตั้งของร้าน
ร้าน Burendo ครั้งแรกผมได้รับการเชิญชวนจาก @l3ortor (แต่ก็ได้แค่ชวน เพราะนัดกี่ทีชีเบี้ยวตลอด)
เป็นร้านที่ชื่อแปลกๆ เหมือนกัน เพราะพักหลังๆ ร้านอาหารญี่ปุ่นมักตั้งชื่อตามดารา AV แต่นี่ไม่คุ้น
มันจะอร่อยเหรอวะ !!!
ก็ลองไปดูครับ ร้านตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ ซอย 10 ร้านเป็นตึกแถว หายากนิดนึง เพราะสีร้านจะไม่ค่อยมีฉูดฉาด
ชั้นล่างเป็นบันได เพื่อพาขึ้นมาชั้นสองครับ (แอบเสียดาย Space นิดนึง)
View Burendo shabu in a larger map
ร้านเปิด 11.00 -21.30 น. ของทุกวันนะครับ ไม่แน่ใจหรือต้องการโทรจองก็ที่เบอร์ 02-2517557
เมื่อเดินขึ้นชั้น 2 ก็จะพบกับตัวร้านจริงๆ ครับ
บรรยากาศแนวสะอาดเรียบร้อย คนไม่เยอะมาก บรรยากาศการตกแต่งเรียบง่าย ดูสบายๆ ครับ
ข้างๆ ผนังแอบมี Post-it บริการติดผนังให้ เผื่อใครต้องการจารึกอักษรหรือคำติชมลงผนังร้าน
ตอนนี้กำลังเรียงสวยเลย
โดนร้านหลักๆ เราจะเห็นเป็น 2 ส่วนครับ คือส่วนที่เป็นห้องครัว และอีกส่วนที่เป็นเวิ้งเตาไฟฟ้า
โดยเราสามารถเลือกนั่งตรงเวิ้งได้เต็มที่ครับ โดยจะมีพนักงานวนเวียนมาช่วยปรับไฟให้ด้วย
เปิดเมนูกันเลยดีกว่า
ที่ร้านมีบรืการทั้งแบบอาหารชุด (สั่งเป็นจานแยก), และแบบบุฟเฟ่ต์ ซึ่งบุฟเฟต์ก็แบ่งได้อีก 2 ราคาครับ
คือ 350 บาท สั่งได้เฉพาะเนื้อวัว-หมู-ไก่-ผัก โดยเนื้อวัวก็เป็นแบบเนื้อธรรมดาครับ เทียบๆ แล้วเลือกอาหารได้ประมาณ 1 คอลัมน์
อีกแบบเป็น 550 บาท โดยเพิ่มจากเดิมคือ เนื้อวัวจะเป็นเนื้อนำเข้าและมีให้เลือกเยอะกว่า มีเนื้อนกกระจอกเทศ ข้าวปั้นต่างๆ อาหารแปลกๆของบุเรนโด (ส่วนมากเป็นพวกเกี๊ยว ลูกชิ้นเทพๆ ฯลฯ) เทียบๆ แล้วเลือกอาหารได้ 10 คอลัมน์ -_-a
วันนี้ผมเลยจัดชุด 550 บาทครับ อาจดูแพงไปหน่อยแต่ก็อยากลองอะไรบ้าง
ออ ลืมบอกว่าราคาบุฟเฟ่ต์รวมเครื่องดื่มแล้วนะครับ
อยากบอกว่าเครื่องดื่มที่นี่มีทั้งน้ำอัดลม และน้ำผลไม้ ซึ่งส่วนของน้ำผลไม้ผมว่าโอเคมากๆ เลยครับ
มีทั้งน้ำส้ม น้ำมะนาวโซดา น้ำแตงโม น้ำมะพร้าวเข้มข้น น้ำมะตูม และอื่นๆ รวมเกือบ 10 แบบ อร่อยแทบทั้งสิ้น
ส่วนเรื่องน้ำจิ้มที่ร้านก็มีสองแบบครับ
คือแบบน้ำจิ้มงา และน้ำจิ้มซ๊อสเปรี้ยวซึ่งร้านเค้าจะเติมพริก-กระเทียม-ต้นหอม ลงไปด้วย
ส่วนผมถ้ากินชาบู ผมชอบจิ้มไข่ดิบมากกว่าครับ มันเข้าถึงกว่า
ส่วนน้ำจิ้ม 2 แบบเอามากินคั่นเป็นพักๆ เวลาเลี่ยนไข่
จากนั้นเราก็มาสั่งเนื้อกันดีกว่าครับ
พลิกเมนู มันเยอะได้อีก
หลังจากที่เลือกเมนูบุฟเฟ่ต์ 550 บาท แม้จะดูแพง แต่เลือกได้เกือบทุกเมนูของร้าน (เว้นแค่พวกปลาดิบ)
อีหรอบนี้ผมก็เลยจัดหนักเลยครับ สารพัดสารพันเนื้อครับ
เนื้อวัวก็มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งน่องลายแก้ว เนื้อสันนอก เนื้อนำเข้า ฯลฯ ครับ
สังเกตว่าเนื้อที่นี่จะมีส่วนที่เป็นมันไม่มาก ยกเว้นเนื้อสันนอกครับ ถ้าไม่ชอบมันก็สามารถมาทานได้สบายๆ
ส่วนเนื้อแบบอื่นๆ ก็มีครับ ที่ผมอยากลองเป็นเนื้อนกกระจอกเทศ
ชิมแล้วรสชาติเฉยๆ ครับ เนื้อโอเค กลิ่นไม่คาว แต่ก็ไม่ได้ประทับใจมาก คล้ายเนื้อทั่วๆ ไป
นอกจากเนื้อแล้ว ยังมีเมนูกุ๊กกิ๊กพวกเกี๊ยวกุ้ง เกี๊ยวปลา ลูกชิ้น แต่อยากบอกว่าเทพมากครับ
ที่ร้านเค้าเลือกวัตถุดิบอย่างดี ทำอย่างพิถีพิถัน ห่ออย่างดี ต้มตั้งนานไม่มีแตกร่อน
นอกจากนั้นก็มีพวกชุดผัก ชุดเห็ดอีกครับ เยอะมากๆ จริงๆ เยอะกว่านี้อีก แต่ถ่ายไม่ไหว
พอรู้สึกว่าสั่งมาได้ที่แล้วก็…. เอ่อ มันเยอะมากเลยครับ จะล้นเคาท์เตอร์แล้ว
รีบกินกันก่อนดีกว่า
แต่ระหว่างจะเอาสิ่งต่างๆ แห่ลงไปเฉกเช่นขบวนร้อยอสูรนั้น กลับมีข้าวปั้นมาเสิร์ฟฮะ
ทั้งแคลิฟอร์เนียมากิ ทั้งซูชิหลากหลายหน้าตา เอิ่มมมมม เยอะมากๆๆๆๆๆ
เฮือออกกกก รีบเอาอาหารลงกันเถอะครับ
กลิ่นไอ(น้ำ)แห่งชาบู
การลวกชาบูที่ดีต้องให้ได้เนื้อที่สุกพอดีครับ จากนั้นเอามาจิ้มไข่
ว้ากกกๆๆๆ หิวๆๆๆๆๆๆ
ส่วนเนื้ออื่นๆ หรืออาหารอื่นๆ ก็ต้องให้สุกพอดีเช่นกัน แต่พวกลูกชิ้นเทพหรืออะไรพวกนี้แนะนำว่าลวกนานนิดนึง
เพราะว่าเค้าแช่แข็งมา บางทีข้างนอกเหมือนดูสุก แต่ตรงกลางยังจับเกล็ดน้ำแข็งอยู่ได้
กินอิ่มกลับไปแทบจะเดินไม่ได้เลยทีเดียว ร้านนี้ประทับใจมากๆ ครับ
ที่มากินวันนี้
นี่เป็นอีกหนึ่งในร้านชาบูที่ผมว่าดีมากๆ เลยครับ ทั้งในเรื่องตัวร้าน การตกแต่ง สถานที่ บรรยากาศ ภาชนะต่างๆ
รวมทั้งเนื้อสัตว์และคุณภาพของอาหารแทบทุกอย่างคัดสรรและลงมือทำเป็นอย่างดี จนแทบไม่มีข้อตำหนิเลย
ส่วนรสชาติก็ถือว่าดีครับ เป็นไปตามเกณฑ์แห่งชาบู อะฮิๆๆๆ ซึ่งถ้าคุณภาพของอาหารดีอยู่เดิม ก็จะเสริมให้ชาบูนั้นอร่อยเป็นทวีคูณได้อีก
ส่วนเครื่องดื่มผมว่าอร่อยมาก วันนั้นซัดน้ำแตงโมไป 3-4 แก้ว แถมยังมีน้ำอย่างอื่นอีก น้ำมะพร้าวนี่เข้มข้นดีครับ แต่มะนาวโซดาแอบแรงไปนิด วันนั้นไปแล้วน้ำแอปเปิ้ลหมดแอบเสียดาย แต่โดยส่วนตัวถือว่าเยี่ยมมาก
ส่วนการบริการผมว่าโอเคนะ ถ้าคนเยอะๆ อาจมีช้าบ้าง แต่เมนูสั่งแล้วได้ครบถ้วนดี ไม่มีขาด พนักงานอาจมีไม่เยอะแต่เอาใจใส่ดีครับ, เราแทบไม่ต้องปรับไฟเองเลย เพราะที่ร้านออกแบบมาให้พนักงานประจำเวิ้งเป็นคนดูแล เสิร์ฟของ และคอยปรับความแรงของไฟ
แถมร้านนี้ก็ถือว่าอยู่กลางใจเมืองเลย นั่นคือตรงซอย 10 ของสยามสแควร์ครับ เดินทางไม่ลำบากแน่นอน,, ส่วนตัวผมถ้าเทียบกับราคาบุฟเฟต์แบบ 550 บาท อาจแพงไปเหมือนกัน แต่ถ้าเรามากินเอาบรรยากาศดีๆ กับครอบครัวหรือคนรักแล้ว ถือว่าโอเคและคุ้มค่าเลยทีเดียว และถือว่าเป็นร้านที่เยี่ยมยอดมากๆ อีก 1 ร้านครับ แนะนำให้มาลิ้มลองเป็นอย่างแรงครับ

























หิวเห็ด! >_<
มือนึง คีบตะเกียบ มือนึงกดชัตเตอร์ โห นับถือ
รู้ได้ไงอะ!!!
เนื้อ เนื้อ เนื้อ
หิวตอนดึกๆอีกแล้วววว
น้ำลายไหลเลย
เนื้อสีสวยมากๆ
ดีใจที่พี่ตงชอบ
555+
แต่ทำไมมีพาดพิงนู๋ด้วย T.T
หนูเบี้ยวพี่
ถ่ายรูปสวยอ่ะ โดยเฉพาะรูปคีบกุ้ง
เนื้อจิ้มไข่ !!
ดูน่ากินแฮะ ,,
แต่กินเนื้อแล้วท้องเสีย T_T
ไม่มีถ่ายหมูมาให้ดุเลย ไม่กินเนื้อง่ะ T__T
ไม่ได้มีแค่เนื้อนะ มีหมู ไก่ และอื่นๆ ด้วย