BrownBerry

ถ้าถามว่าร้านกาแฟที่ผมชอบเป็นแบบไหน…

หนึ่ง.. ราคาสมเหตุผล กาแฟรสชาติโอเค ไม่ต้องเริ่ดมากหรอก แต่ต้องไม่แย่
สอง.. มีฟรีไวร์เลส เล่นได้ลื่นๆ
สาม.. แอร์เย็น นั่งได้นานๆ อ่านหนังสือได้ ร้านไม่เรื่องมาก
สี่.. มีปลั้กไฟพร้อม เสียบคอมหรือชาร์จไอโฟนสบายๆ
ห้า.. เดินทางไม่ลำบากมาก อย่างน้อยก็ตามเส้นทางรถไฟฟ้าหรือติดถนนใหญ่

หาร้านกาแฟดีๆ นั่งสบายๆ ทำงานได้ ไวเลสฟรี เชิญทางนี้ได้

หนึ่งในร้านที่มีคุณสมบัติแบบนี้เกือบครบคือ BrownBerry ครับ

ที่มาแห่ง BrownBerry

ร้าน BrownBerry มีที่มาจากกลุ่มเพื่อนที่ต้องการเปิดร้านกาแฟที่ให้คนนั่งสบายๆ
เพราะตามร้านกาแฟต่างๆ มักมีลิมิตในการนั่งนานๆ เช่น ไม่มีปลั้กบ้าง คนเยอะบ้าง ไวร์เลสไม่มีบ้าง
แต่ถ้าเรามีร้านที่เป็นที่นั่งอ่านหนังสือ หรือใช้ทำงานนอกสถานที่ที่มีสนับสนุนการใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกมันคงเป็นสิ่งที่ดีมากๆ รวมทั้งทางร้านตั้งใจเป็นจุดนัดพบและพักผ่อนของบรรดาชาว Social network ด้วย!! น่าสนใจทีเดียว

ส่วน Brown ก็มีที่มาจากสีของเมล็ดกาแฟและโกโก้ที่เอามาทำเป็นเครื่องดื่มสีน้ำตาล
(ซึ่งผมลองชิมทั้งกาแฟและแล้ว ถือว่ารสชาติของเครื่องดื่มที่นี่ไม่เลวเลยทีเดียว)

สีน้ำตาลแห่ง BrownBerry

ถ้าเริ่มหลงไหลในบรรยากาศร้าน ลองไปเยี่ยมชมบรรยากาศและติดตามโปรโมชันใหม่ๆ ทั้งจากทาง Twitter Foursquare และ Facebook ของที่ร้านก่อนได้นะครับ

ตำแหน่งพิกัดร้าน

โดยร้านกาแฟ BrownBerry อยู่ในซอยอารีย์ เลยซอยสี่มานิดนึงครับ ติดถนนใหญ่เลยเยื้องๆ กับร้าน Sofa So Good ครับ
เดินจาก BTS อารีย์ก็ได้ครับ ประมาณ 500 เมตร หรือจะมารถ ก็จอดหน้าร้านได้ครับ (ดูวันคู่-คี่ด้วย)


View BrownBerry in a larger map

วันนี้เพิ่งเปิดวันแรก เลยได้มีโอกาสมาเป็นแขก Grand Opening กับเค้าด้วย คนคึกคักดีครับ

มีเขียน Post-it อวยพรติดบอร์ดเนื่องในงาน Grand opening

หน้าร้านมีโต๊ะให้นั่งเป็นกลุ่ม คุย-ประชุมงานกันได้ครับ บรรยากาศเรื่อยๆ สบายๆ
ส่วนในร้านมีอีกประมาณ 4-5 โต๊ะ ส่วนมากจะเป็นโต๊ะเล็กๆ ครับ เหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือ หรือทำงาน
ในร้านไม่ได้กว้างมากครับ ถ้าเดินสวนกับคนตัวใหญ่ๆ อย่างผมอาจต้องเบียดๆ กันนิดนึง

หน้าร้าน BrownBerry
บรรยากาศสบายๆ ในร้าน

เคาน์เตอร์ที่หน้าร้านครับ อุปกรณ์และวัตถุดิบการทำเครื่องดื่มต่างๆ ครบถ้วนครับ

เคาน์เตอร์ทำกาแฟ

พูดตรงๆ เลย มันเป็นร้านกาแฟที่ชิลมากครับ ในร้านแอร์เย็น+เปิดเพลงฟังสบายๆ
ที่สำคัญ มี Free Wifi และปลั้กไฟบริการให้ใต้โต๊ะเสียบใช้ได้เลย ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มในจุดนี้ ดีมากๆๆๆๆ
ซักวันอาจพัฒนาไปถึงมีสายชาร์จพวก iphone หรือ BB นี่จะเริ่ดมาก เรียกว่าแบตหมดเลี้ยวเข้าร้านเลย

โต๊ะในร้านครับ

รสชาติกาแฟยามเช้า

อย่างที่บอกครับ กาแฟที่นี่ผมว่าอร่อยใช้ได้เลย เข้มข้นถึงใจในราคาที่ไม่แพงเวอร์
นอกจากนั้น ที่ร้านก็ยังมีบริการเครื่องดื่มร้อนเย็นอื่นๆ อีกครับ

น้ำแดงอิตาเลียนโซดาที่ BrownBerry
มุมปรุงรสเครื่องดื่ม

ส่วนขนมก็มี อร่อยๆๆๆ

เหล่าขนมแกล้มกาแฟ คริๆๆ

ร้านกาแฟขายทั้งวัน ตั้งแต่ 11.00-24.00 น
แต่หลัง 19.00 น ร้านจะเปลี่ยนบรรยากาศครับ…
ส่วนวันอาทิตย์ร้านจะปิดเร็วนิดนึงครับ คือ 23.30 น

ร้านกาแฟเปลี่ยนร้านต้อนรับราตรี

คือหลัง 19.00 น ที่ร้านจะมีเมนูเพิ่มขึ้นมาครับ เป็นพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลาย
ทั้ง Cocktail, beer, wine และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมจังหวะดนตรีที่เปลี่ยนไป
(ส่วนกาแฟหรือเมนูเครื่องดื่มแบบตอนเช้าต่างๆ ยังขายเหมือนเดิม)

แปลงร่างจากร้านกาแฟไปแล้ว

บรรยากาศดีมากครับ
พอเครื่องดื่มมา ผมก็ยิงยาวละครับ คริๆๆๆๆ ทั้งของปั่นและคอกเทล

บรรยากาศร้านตอนกลางคืน
เลื่อนบอร์ดเปลี่ยนจากร้านกาแฟเป็นบาร์สบายๆ
กามิกาเซ่ เฮ่!!!!

เริ่มเยอะ ทั้งบลูพาราไดซ์, มาการิตต้า, แอปเปิ้ลเดซี่, ซิตรัสทวิส และอื่นๆ เอิ้กกกกก
ราคามาตรฐานค๊อกเทลของร้านทั่วๆ ไป (ที่ค่อนข้างแพงอยู่แล้ว) ระวังกินเพลิน คริๆๆๆๆ

บลูพาราไดซ์ โว่ววววว
นี่คงเป็น citrus twist สินะ บรื๋อว์ๆๆ
ค๊อกเทลมากมาย

เอิ้กกกก นี่ผมนั่งร้านนี้นานมากๆ แต่ไม่เบื่อเลยนะเนี่ย เหมือนร้านมัน Dynamic ตลอดเวลา
จากร้านกาแฟธรรมดากลายเป็นร้านนั่งชิลๆ ยอดเยี่ยมมากครับ

ที่มาร้านนี้

เป็นหนึ่งในร้านกาแฟในอุดมคติของผมมากๆ ครับ โดยเฉพาะเรื่อง Wireless, ปลั้กไฟ และการนั่งยาวๆ
ส่วนถ้าให้บอกข้อเสียก็คงมีเล็กๆ น้อยๆ เช่นร้านแคบไปนิด ถ้าคนเยอะๆ อาจยัดเข้าไปในร้านได้ไม่เต็มที่, ตัวร้านโดยเฉพาะส่วนของห้องน้ำยังไม่เสร็จ 100%, รวมทั้งถ้าอยากอ่านหนังสือถึงสี่ห้าทุ่มอาจลำบากนิดนึง

แต่นี่เพียงเป็นข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ ของร้านที่เปิดวันแรกเท่านั้น
อยากกลับไปนั่งที่ร้านอีกจัง