เมื่อ iPhone ผมแบตหมดรอบที่ 50+ จนบู๊ตไม่ขึ้น

หลายๆ คนที่พอจะรู้จักผม ก็คงจะเห็นภาพผมที่ควัก iphone มาเล่นตลอด
ลง app นั้น, เล่น app นี้ทั้งเกมส์, twitter, 4 square และอื่นๆ
ผมยอมรับว่าผมใช้มันโหดมากๆ โดยเฉพาะวันที่ต้องเดินทางออกข้างนอกนานๆ
แบตจะหมดครับ

แม้ผมจะเคยเขียนเรื่องคุณสมบัติเกี่ยวกับแบต Li-ion และการชาร์จไปแล้ว และแนะนำหลายคนไป
ถ้าขี้เกียจกด Link ก็อ่านเนื้อหาข้างล่างได้ครับ

สิ่งที่ผมเตือนทุกคนคือ ..พยายามชาร์จไว้ อย่าปล่อยให้แบตหมด..
แต่ผมกลับทำแบตของ iphone ผมหมดซ้ำแล้วหลายที
ส่วนตัวคิดว่าน่าจะไม่มีอะไรมาก เพราะปกติก็ชาร์จและบูทขึ้นตามปกติ
แต่ครั้งนี้กลับไม่ใช่ ..

งานเข้าแล้ว….

ปัญหาครั้งนี้คือ มันบูทไม่ขึ้นครับ…
เสียบไฟปุ๊บ ก็มีรูปแอ๊ปเปิ้ลขึ้น รอสักพักก็ก็มีหมุนๆ … หมุนๆ หยุดๆ..
แล้วมันก็ดับไป… จากนั้นก็ขึ้นรูปแอ๊ปเปิ้ล แล้วก็เป็นวงจรอุบาทว์แบบนี้ไปเรื่อย

หรือพูดง่ายๆ มันบูทไม่ขึ้นนะครับ

iphone บูทไม่ขึ้นครับ งานเข้าจริงๆ

งานเข้าไหมละครับ

คิดว่ามันน่าจะเกิดจากอะไร

ครั้งแรก เพื่อนผมเดาว่า มันน่าจะเป็นปัญหามาจาก dead battery
ให้อารมณ์ว่าประมาณแบตหมดเกลี้ยงไป ไม่เหลือประจุที่จะกระตุ้นให้ตื่นได้
ผมก็เลยลองเสียบชาร์จไว้ทั้งคืนครับ เรียกว่าก็ให้แอ๊ปเปิ้ลมันหมุนกันทั้งคืนกันไป
วันรุ่งขึ้น (คิดว่าแบตเต็มแล้ว)… มันก็ยังหมุนๆๆๆ ต่อไป ลองดึงสายชาร์จออก มันก็ยังหมุนๆๆๆ เป็นวงจรได้หลายรอบ
ทำให้คิดว่าปัญหาเรื่อง hardware น่าจะไม่มีนะ น่าจะเป็น software มากกว่า

ปัญหา software ที่ผมคิดถึงคือ Error boot loop คือ วงจรการบูทเสียไป
เลยทำให้การบูทไม่สมบูรณ์และไม่ผ่านในแต่ละรอบ ทำให้ต้องวนกลับมาที่เดิม
จริงๆ ปัญหานี้แก้ไม่ยากเลย หากเพียง Restore Firmware กลับมาใหม่
แต่จริงๆ มันลำบากมากๆ…
ความยากคือ ผมใช้ iphone 3Gs firmware 3.1.2 ที่ Jailbroken ด้วย blackra1n ครับ
จะกลับไปใช้ 3.1.2 ก็ไม่แน่ใจว่าเก็บ ECID ไว้ที่ cydia หรือไม่ รวมทั้ง restore older firmware ก็ลำบาก
ถ้าจะมาใช้ 3.1.3 เลย ตัว spirit ก็ยัง Unlock ไม่ได้ เครื่องผมก็คงเป็นแค่ ipod touch
หรือจะรอ iOS4 ก็ดูนานนะ กว่าจะ Jailbrake ได้อีก โอยยยย นานๆๆๆ

ถ้าไม่ใช่ปัญหาแบตเสื่อมหรือ firmware เน่าบูดในเบื้องต้น ก็น่าจะเป็นพวก hardware อื่นๆ เสียแล้วละครับ
แต่ส่วนตัวถ้ายัง rule out ตัว software ไม่ได้ ตอนนี้ก็ยังไม่คิดถึงครับ
นอกจากนั้น อาจคิดถึงพวกเวทย์มนต์ คาถา และคนที่มาสาปไอโฟนให้ใช้ไม่ได้ (ชักนอกเรื่องแฮะ..)

ผลกระทบช่างรุนแรงเหลือเกิน

ตอนนี้ iphone ผมยังไม่ได้ทำอะไร ก็ขอเรียกว่า “iTub” ไปก่อน
เพราะทำได้แค่เอามาทับกระดาษเท่านั้นในตอนนี้

หลักๆ ที่ผมเสียดายคือพวก contact ครับ เสียดายเบอร์โทรอาจารย์ และผมก็สูญเสีย lecture ที่เคยจดไว้ในเครื่อง
รองมาก็สูญเสียการเชื่อมต่อทาง internet ทั้งการใช้ social network และการหาข้อมูลทางการแพทย์
ส่วนอื่นๆ ที่เสียดาย แต่พอทำใจได้ เช่นรูป, app, หนังสือ, maps, bookmarks ฯลฯ
แต่ก็แอบเป็นข้อดี ที่ทำให้ตั้งใจเรียนมากขึ้นนะ แม้อาจเบื่อๆ ตอนนั่งรอหรืออยู่ในลิฟท์บ้าง
รวมทั้ง โทรศัพท์ผมก็โทรติดง่ายขึ้น เพราะไม่ค่อยได้ต่อ internet เท่าไหร่

เอาเป็นว่าถ้าช่วงนี้ผมหายไปจากวงการ twitter บ้างก็อย่าว่ากันนะครับ

สาระนิดนึงละกัน เกี่ยวกับการชาร์จแบต Li-ion

กับ Li-ion ผมเคย discuss ไว้แล้วในบทความของ @fordantitrust ที่นี่ครับ
http://www.thaithinkpad.com/forum/index.php?topic=12.0
ดังนี้ครับ (ขออนุญาติ quote และ copy ข้อความบางส่วนนะครับ)

“แบตเตอร์รี่แบบ Li-Ion และรวมถึงแบตฯรุ่นใหม่ Li-Polymer ด้วย นั้นจะ นับรอบการชาร์จ (Cycle) ของ แบตฯ ของตัวมันเอง ซึ่งรอบการชาร์จของแบต Li-Ion คือ ชาร์จรวมกันแล้ว 85 – 95 % ขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตด้วย) ถึงจะนับเป็น 1 รอบ ไม่ใช่จำนวนครั้งในการชาร์จ อย่างที่เข้าใจกัน ตัวอย่าง เช่น คุณชาร์จไปครั้งแรก ใช้ไปแค่ 20% ซึ่งแบตของคุณในตอนนั้นเหลือ 80% คุณก็ชาร์จไฟเข้าไปใหม่ คุณจะสามารถทำอย่างงี้ไป 5 ครั้ง ถึงจะ นับ 1 รอบ การชาร์จ

“แล้วอีกอย่างถึงแม้แบตเราจะไม่ได้ทำการชาร์จเลยเป็นเวลานานก็ตามแบตก็จะ เสื่อมไปเองภายในเวลา 3 – 5 ปีครับ อันเนื่องมากจากการทำงานของสารเคมีภายในที่หมดคุณภาพไปครับ หรืออาจจะเป็นเพราะข้อจำกัดของสารประกอบและกรรมวิธีของมันเองมากกว่าครับ อันนี้ผมไม่ขอตอบแน่ชัดเพราะว่ายังไม่มีรายงานใดๆ ออกมาครับจึงสรุปได้ไม่เต็มปากครับ แต่ที่สังเกตก็เป็นเช่นนั้นครับ ใช้ไม่ใช้ก็มีอายุเท่ากันแต่ใช้แล้วเนี่ยมันจะสั้นกว่า แต่ก็ไม่ต่างกันมากนักขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างเช่น

  1. การใช้เครื่องชาร์จที่ได้รับไฟฟ้าที่นิ่งๆ คือการได้รับไฟฟ้าที่ไม่มีไฟตกไฟเกินไฟกระฉาก ครับ อันนี้มีผล ต่อการชาร์จไฟที่มีคุณภาพ 10 – 20% ครับ
  2. อุณหภูมิในระหว่างการชาร์จ หรือประจุไฟควรประจุที่อุณภูมิปกติ และไม่มีความชื่นมากนักเพราะจะทำให้การถ่ายเทความร้อนทำได้ยากขึ้น
  3. ขั้วแบตและขั้วส่วนของเสียบสายชาร์จนั้นต้องมีการส่งผ่านไฟที่สม่ำเสมอ เพราะว่าทำให้การประจุไฟหรือการชาร์จเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลที่ดี
  4. การหลีกเลี่ยงการทำแบตตกพื้นเพราะจะทำให้หน้าสัมผัสภายในเสียหรือหลุด ได้โดยที่เราไม่รู้ รวมถึงทำให้สารประกอบต่างๆ รั้วไหลได้ (เป็นต้นเหตุให้ระเบิดได้)
  5. ควรใช้แบตอย่างถูกต้องตามแบบสารประกอบนั้นๆ เช่น NiCd ให้ใช้หมดก่อนแล้วชาร์จ NiMH , Li-ion , Li-Poly ลักษณะการใช้งานคล้ายมาก จะชาร์จตอนไหนก็ชาร์จเพียงแต่ NiMH นั้นยังมี memory effect ซึ่ง NiMH นั้นเป็นแบตที่เป็นต้นแบบของ Li-ion เลยก็ว่าได้เพราะว่าเอาแก้ไขส่วนของ memory effect ของ NiCD โดยเฉพาะครับ แต่ว่า Li-ion ทำได้ดีกว่า ส่วน Li-ion กับ Li-Poly นั้นแทบจะไม่มีหรือไม่มีเลย
  6. การชาร์จในตอนแรกที่ได้รับแบตมานั้น NiCD , NI-HM นั้นใช้ชาร์จ 12 – 14 ชม. 3 ครั้งทุกครั้งใช้แบตให้หมด เพื่อเป้นการกระตุ้นธาตุ Ni ครับ ส่วน Li-ion และ Li-Poly นั้นไม่ต้องครับ แค่ทำให้มันเต็มหรือชัวช์ๆ ก็ 3 ครั้งแรกชาร์จสัก 6 ชม. ก็พอครับ แต่ Li-ion อย่าทำให้แบตหมดเกลี้ยงเป็นอันขาดนะครับ เพราะจะทำให้แบตเสียได้ ส่วน Li-Poly นั้นแก้ไขส่วนนี้มาแล้ว และเป็นแบตที่มีน้ำหนักเบากว่า Li-ion ครับ
  7. หวังว่าคงเข้าใจพอสมควรแล้วนะครับ ลองหาอ่านได้จากหนังสือ แบตเตอร์รี่ของ Se-ed ครับผมจำได้ว่าการ สร้าง NiMH นั้นสร้างมาเพื่อลบจุดด้อยเรื่อง memory effect ของ NiCD ครับแต่ว่าไม่มากพอซึ่งมีบ้างแต่ไม่มีเท่าครับแต่ได้ความจุที่มากกว่า NiCD มากเลยนั้นคือสิ่งที่ดีของ NiMH ที่ดี แต่ด้อยตรงที่ NiCD นั้นคายประจุได้สม่ำเสมอและเที่ยงตรงมากที่สุดในแบตที่ชาร์จใหม่ได้ครับ …………… ทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสียของมันครับ”

รวมทั้งเท่าที่ผมรวมข้อมูลจาก http://www.apple.com/batteries/

“Standard Charging

Most lithium-ion polymer batteries use a fast charge to charge your device to 80% battery capacity, then switch to trickle charging. That’s about two hours of charge time to power an iPod to 80% capacity, then another two hours to fully charge it, if you are not using the iPod while charging. You can charge all lithium-ion batteries a large but finite number of times, as defined by charge cycle.
Charge cycles

Charge Cycle. Using and recharging 100% of battery capacity equals one full charge cycle.

A charge cycle means using all of the battery’s power, but that doesn’t necessarily mean a single charge. For instance, you could listen to your iPod for a few hours one day, using half its power, and then recharge it fully. If you did the same thing the next day, it would count as one charge cycle, not two, so you may take several days to complete a cycle. Each time you complete a charge cycle, it diminishes battery capacity slightly, but you can put notebook, iPod, and iPhone batteries through many charge cycles before they will only hold 80% of original battery capacity. As with other rechargeable batteries, you may eventually need to replace your battery. ”

ถ้าแปลภาษาอังกฤษไม่ออกก็ไปอ่านข้างบนครับ คล้ายๆ กัน
หรือว่าถ้ามันเยอะมากๆ ขี้เกียจอ่าน ผมก็สรุปมาให้แล้วครับ

  1. ชาร์จแบตไปเหอะครับ เหลือ 70-80% ก็ชาร์จได้ครับ ไม่ต้องรอให้ลดเหลือ 5% ยิ่งต่ำไปมันไม่ดีครับ
  2. เครื่องชาร์จก็เป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะดูแลแบตเราครับ
  3. อายุแบตอยู่ประมาณ 3-5 ปีโดยเฉลี่ยตามการดูแลตามข้อมูลเบื้องต้น
  4. ไม่ควรให้แบตนิ่งโดยไม่มีไฟผ่านเป็นเวลานานๆ ครับ แบตพวกนี้ต้องการการกระตุ้นครับ
  5. บทความนี้รวมถึงแบต notebook ที่เป็น Li-ion ด้วยครับ
  6. การซื้ออุปกรณ์มือสองควรสอบถามเรื่องแบตด้วย ทั้งเรื่อง cycle count และอายุของแบต ส่วนอุปกรณ์มือหนึ่งควรถามเรื่องการประกันของแบตด้วย ซึ่งบางรายอาจให้ระยะเวลาประกันของแบตไม่เท่ากับตัวเครื่อง
  7. อย่าทำแบตตกหรือกระแทกแรงๆ หรือโลดโผนโจนทะยานมากเกินไปครับ

ขอให้ไอโฟนหายป่วยโดยไว สาธุ… ^^

วันนี้ไม่มีของกินจริงๆ ครับ ;P