ทฤษฎีทำลายล้างหมู่เลือดในละครไทย

ถ้าเกิดว่าคุณกำลังดูละครไทยที่ฮิตไปทั้งตลาดเรื่องหนึ่งอยู่
ทีนี้ คุณหญิงเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียเลือดมาก ต้องการเลือดกรุ๊ปโอด่วน
คุณผู้ชายแม้จะเลือดกรุ๊ปโอเหมือนกัน แต่กำลังปฏิบัติราชการที่สวิตเซอร์แลนด์
อีลูกสาวตัวร้ายจึงตะโกนบอกว่า “เอาเลือดหนูก็ได้คะ”
ซึ่งจากการตรวจพบว่าอีลูกสาวตัวร้ายเป็นเลือดหมู่บี…

เฮ้ย…. เข้าข่ายละครไทยสิวะ
คุณหญิงมีชู้กับคนขับรถหรือคนสวนดี
หรือเธอเก็บอีลูกสาวมาเลี้ยง
หรือสลับลูกระหว่างอยู่โรงพยาบาล…

มันเป็นไปได้เหรอ!!!!

จริงๆ ทางการแพทย์มีทฤษฎีทำลายล้างกฎเหล็กละครไทยครับ
มันมีชื่อว่า hh antigen system หรือเรียกง่ายๆ ว่า O-Bombay ครับ

ย้อนกลับมา Basic นิดนึง

ก่อนอื่นผมขอย้อนเสียหน่อยนะครับเกี่ยวกับหมู่เลือด โดยวันนี้จะพูดแค่ ABO blood group
หรือที่รู้จักคือเลือด 4 หมู่ได้แก่ A B O และ AB ครับ

Back to basic เลยคือคำว่าเรามีเลือดหมู่ไหน แปลว่า “โปรตีนบนผิวของเม็ดเลือดแดงของเราเป็นหมู่นั้นๆ”
หมายความว่า นายอภิสิทธิ์มีเลือดหมู B = มีโปรตีนชนิด B อยู่บนผิวเม็ดเลือดแดงของคุณอภิสิทธิ์
หรือ สุเทพมีหมู่เลือด AB = มีทั้งโปรตีนชนิด A และ B อยู่บนผิวเม็ดเลือดแดงของคุณสุเทพ
ส่วนถ้าคุณณัฐวุฒิเป็นเลือดหมู่ O ล่ะ หลายคนจะเข้าใจว่าคุณณัฐวุฒิจะไม่มีโปรตีนบ่งชี้หมู่เลือดบนผิวเม็ดเลือดแดง

ถูกครึ่งนึง…

เพราะจริงๆ คนเลือดหมู่ O ก็มีโปรตีนบ่งชี้หมู่เลือดนะครับ เรียกว่า H antigen

แล้วมันคืออะไร ทำไมถูกแค่ครึ่งเดียว

เพราะปกติการสร้างโปรตีนบนผิวเม็ดเลือดแดง (ต่อไปผมอาจจะเรียกสลับกับคำว่า Antigen นะครับ) มันไม่ได้ตรงไปตรงมาแบบนั้น
การสร้าง Antigen A หรือ B เพื่อให้เราเป็นหมู่เลือด A หรือ B นั้นเราต้องการ H antigen ครับ
คล้ายๆ A และ B antigen ก็มาจาก H antigen นั่นแหละ
แล้วมาต่อเพิ่มบางส่วนให้กลายเป็น A หรือ B antigen ไป
ซึ่งคนที่ H antigen ไม่ถูกต่อเติมอะไรก็จะเป็นเลือดหมู่ O ครับ
ดังรูปครับ (เอามาจาก http://www.wikidoc.org/index.php/Image:ABO_blood_type.svg ) มีการตัดต่อเพื่อความเข้าใจเล็กน้อย

ลองเทียบกันดูนะครับ

ถ้าอย่างรูปข้างบน ถึงแม้เลือดหมู่ O จะเขียนว่า No antigen แต่สังเกตว่ารูปยังไงก็มีก้านสีดำๆ ยื่นออกมาอยู่ดี
ให้เข้าใจว่าตรงนั้นคือ H antigen ครับ

อีกเรื่องที่ควรเข้าใจ

นอกจากเรื่อง Antigen หรือโปรตีนที่อยู่บนผิวเซลล์แล้ว
อีกเรื่องคือ Antibody หรือโปรตีนที่ล่องลอยอยู่ในน้ำเลือดครับ
โดยมีกฏเหล็กว่า ถ้า Antigen จับกับ antibody แล้วมันจะเกิดการรวมกลุ่มและปฏิกิริยาครับ
แล้วเกิดการกระตุ้นปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันต่างๆ และทำให้เม็ดเลือดแดงแตกลงได้

โดยคนที่เลือดหมู่ A ก็จะมี Anti-B อยู่ในน้ำเลือด, เลือดหมู่ B ก็มี Anti-A อยู่ในน้ำเลือด
ส่วนเลือดหมู่ AB จะไม่มีทั้ง Anti-A หรือ Anti-B เลย
และหมู่เลือด O จะมีทั้ง Anti-B และ Anti-A อยู่ในน้ำเลือด

ถ้างงก็ลงดูรูปแล้วสร้างความเข้าใจนิดนึง

antigen บนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง และ antibody ในน้ำเลือด

ซึ่งในจุดนี้มีประโยชน์ในการตรวจหาหมู่เลือดและการให้เลือดครับ
การให้เลือดก็จับคู่ง่ายๆ อย่าให้ A ชนกับ Anti-A และ B ชนกับ Anti-B ครับ

เข้าเรื่องวันนี้กันเลย

หมู่เลือดแบบแปลกๆ ที่ไม่ตรงไปตามทฏษฎี หรือที่เรียกว่า O-Bombay หรือ hh-antigen blood group
ครั้งแรกนี้ถูกรายงานครั้งแรกเมื่อปี 1952 โดยเป็น Case report ที่เมืองบอมเบย์ ที่ประเทศอินเดียครับ โดย Dr. Y.M. Bhende ครับ
ซึ่งในเมืองดังกล่าวจะพบหมู่เลือดพิเศษนี้ในอัตรา 1 คนในหมื่นคน (มันก็ยังน้อยอยู่ดีนะ)
ส่วนการเก็บสถิติหมู่เลือดดังกล่าว เจอในประชากรทั่วๆ ไปในโลกราว 4 คนใน 1 แสนคน

ดูแนวเนอะ ดูเท่มากเลย
ความพิเศษของหมู่เลือดนี้คือ…

อันแรกมันสร้าง H antigen ได้ไม่สมบูรณ์ครับ

H antigen เป็นรากฐานในการสร้าง A และ B antigen ต่อดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
แต่คนที่มีหมู่เลือด O-Bombay จะสร้าง H antigen ได้แบบไม่สมบูรณ์ จึงได้เป็น h antigen แทน
(เอารูปมาจาก http://en.wikipedia.org/wiki/File:Bombay.svg)

เทียบโปรตีนบนผิว O-Bombay กับหมู่เลือดอื่นๆ

เหตุเพราะจาก Gene ของผู้ป่วยคนนั้นเป็น Gene ด้อยที่ได้รับสืบทอดต่อมาครับ
ถ้าแม้ว่ามีพ่อหรือแม่สักคนให้ยีนเด่นมา ลูกก็จะสามารถแสดงหมู่เลือดได้ตามปกติ
แต่นี่จะให้เกิด O-Bombay ได้ พ่อและแม่ต้องยินยอมพร้อมใจให้ยีนด้อยแก้เด็กทั้งคู่ครับ

ดังนั้น เมื่อเอาเลือดไปตรวจหมู่เลือด ซึ่งใช้หลักการ Antigen-Antibody ดังกล่าวแล้ว มันจะไม่เกิดปฏิกิริยากับ Anti-A หรือ Anti-B ในหลอดน้ำยาทดสอบหมู่เลือด
มันก็แปลว่าเราจะมองมันเป็นเลือดกรุ๊ป O นั่นเอง ทั้งที่จริงๆ เค้าเป็นเลือดกรุ๊ป A หรือ B

อันที่สอง มันรับเลือดชาวบ้านไม่ได้

มันต้องให้เลือดเฉพาะคนที่เป็น O-Bombay เหมือนกัน
เพราะไอ้ h antigen ที่สร้างมาแบบไม่สมบูรณ์มันกลายเป็นหมู่เลือดใหม่กลายๆ
จะเป็นหมู่ O ก็ไม่ใช่ เพราะ O ที่แท้จริงจะมี H antigen บนผิวเม็ดเลือด

มันลำบากมากๆ หากในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและต้องการเลือดด่วน
แต่ก็พอแก้ปัญหาในเบื้องต้นได้คือการบริจาคเลือดให้ตัวเองเก็บไว้เป็นพักๆ
เผื่อไว้อนาคต กรณีต้องการเลือด หรือเผื่อไว้กรณีนัดผ่าตัดซึ่งอาจมีความจำเป็นในการให้เลือด

อันที่สาม ไม่มีใครรู้ง่ายๆ นะเธอ

เพราะการที่จะรู้ว่าเป็น O-Bombay หรือเปล่านั้นต้องอาศัยการตรวจทาง Genetic เอา
ซึ่งทั่วไปไม่มีเหตุให้ชวนทำ เพราะโอกาสเจอน้อยและราคาแพงมาก
ดังนั้นจะรู้ว่าเป็น O-Bombay มักมีเรื่องราว เช่นหมู่เลือดไม่ตรงตามทฤษฏี หรือให้เลือดแล้วมีปัญหามากๆ
เพราะจากที่เราเรียนตอนเด็ก เลือดกรุ๊ป O สามารถให้ข้ามกลุ่มได้หมด (ซึ่งผิดนะครับ!!!!!
คือ O แม้ตัวผิวจะไม่มี antigen ใดๆ แต่ในน้ำเลือดมันมีทั้ง Anti-A และ Anti-B อยู่ด้วย
ถ้าจะได้ให้จริงๆ เค้าจะมีการรีดเอา Anti-A และ Anti-B ออก เรียกว่า O low titer ครับ
นอกจากนั้นคนเลือดหมู่ O ยังมีโอกาสเป็น O-Bombay อีก ซึ่งใครรับเลือดเธอนี่ก็ซวยไป )

ส่วนตัว อ่านแล้วดูน่ากลัวนะ แต่อย่ากังวลมาก
เพราะลองถามเพื่อนๆ หรือพี่ๆ เจ้าหน้าที่ห้องเลือดแล้วก็ยังไม่เจ้า O-Bombay เลย
ถ้าคิดเรท 1 ในล้านแล้ว ประเทศไทยมีคนเลือดหมู่นี้อยู่ 70 กว่าคนเอง

การแก้ปัญหาเรื่อง O-Bombay กับละครไทย

เพื่อลดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าว ไม่ใช่ว่าละครไทยจะไร้ทางออกในการอ้างหมู่เลือด
เพราะจริงๆ ในคนมีหมู่เลือดเยอะมากๆ หลายหลากมากๆ
ถ้าสนใจลองดูนี่ได้ครับ http://en.wikipedia.org/wiki/Human_blood_group_systems
แค่พอเข้าใจระบบ Rh group เพิ่มอีกซักอัน ทางออกของละครไทยก็ยังมีอยู่บ้าง
รวมทั้งหากกระทรวงศึกษาจะปรับระบบการเรียนเรื่องหมู่เลือดจะดีมากๆ
เพราะเท่าที่ถามเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจแบบนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องไม่หมด

เอาเป็นว่า ถ้าสนใจอ่านเรื่องหมู่เลือดต่อ ผมเห็นที่ Pantip อันนี้เขียนดี เลยเอามาแบ่งกัน ภาษาไทย
หรืออยากเสริมเรื่อง O-Bombay แบบเทพๆ ผมว่าอันนี้อ่านง่ายดีนะ แต่ซ้ำๆ ผมนะ
ส่วนอันนี้โอเคเลยนะ ละเอียดมากในระดับที่คนอ่านรู้เรื่องบ้าง

แบบ Advance หน่อยก็เป็นของ Balgir, RS เมื่อปี 2007 ชื่อเรื่องว่า Identification of a rare blood group,”Bombay (Oh) phenotype,” in Bhuyan tribe of Northwestern Orissa, India. ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ใน Indian Journal of Human Genetics ครับ

ว่าแต่ อ่านบทความผมจบแล้ว รู้รึเปล่าว่าจากละครข้างบน ใครเป็น O-Bombay ครับ 😉

Published by

Tongkatsu

ผู้ชายเคยอ้วน เดินช้า ขับรถเร็ว ชอบปั่นจักรยาน รักภูเขา ชอบชิมกาแฟกะชา นักล่าเนื้อและแซลม่อนชั้นยอด

15 thoughts on “ทฤษฎีทำลายล้างหมู่เลือดในละครไทย”

  1. กรี๊ดดด วิชาการมากกกกกก
    แค่อ่านผ่านๆ ก็มีริ้วเครียดผุดบนหน้า
    แต่ชอบนะ เคยอ่านแผนผังกรุ๊ปเลือดในคินดะอิจิเหมือนกัน

    บล๊อกนี้ทำให้ตงดูโคตรหมอเลย 😉

  2. มีสาระดีมากเลย ทำให้รู้ว่าเป็นหมอจริงๆด้วย

  3. อ๋อแบบนี้ นี่เอง หุ หุ งงไม่เข้าใจ

  4. มีสาระดีมากเลย ทำให้รู้ว่าเป็นหมอจริงๆด้วย

  5. ถามหน่อยนะคะ
    ทำไมคนที่เป็น Bombay ถึงรับจาก คนที่เป็นกรุ๊ปโอไม่ได้ละคะ?

    ถ้าจะบอกว่าเป็นเพราะมี antigen ที่ผิวเม็ดเลือดไม่เหมือนกัน(H antigen กับ h antigen)
    อย่างงั้นกรุ๊ปโอก็ต้องให้กรุ๊ปเอ บี เอบี ไม่ได้เลยสิคะ
    เพราะ กรุ๊ปโอก็มี H antigen กรุ๊ปเอก็มี A antigen มันก็ไม่เหมือนกันนี่คะ

    แต่เหมือนฉันเคยอ่านเจอเว็บหนึ่ง(ไม่แน่ใจว่าแปลอังกฤษมาถูกหรือเปล่านะคะ)
    เขาบอกว่า Bombay มี H antibody(ที่จับ H antigen ตกตะกอน เม็ดเลือดแตก)
    งั้นมันจะมีมาได้ไงคะ เพราะยีนส่วนที่สร้าง antigen กับ antibody มันก็คนละส่วนกันน่ะค่ะ
    การที่คนเป็น Bombay(hh ใน H locus) ก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการสร้าง H antibody ขึ้นมาเลยนี่คะ

    อ้อ อันนี้ก็สงสัยอีกค่ะ ว่าคนที่เป็น Bombay สมมติว่า ตาม DNA แล้วเป็นกรุ๊ปบี
    แล้วคนนั้นจะมี antibody B ไหมคะ
    คือในเว็บที่ไปอ่านน่ะค่ะ เขาบอกว่า คนที่เป็น Bombay จะมี antibody 3 ตัว คือ
    A antibody B antibody และ H anibody

    ช่วยตอบด้วยนะคะ สงสัยมากจริงๆ
    ขอบคุณมากๆค่ะ

    1. เท่าที่อ่านมามี 2-3 คำถามนะ แต่จะรวบตอบละกันเพราะเป็นคำถามต่อเนื่อง

      คำถามข้อล่างก่อนนะ ที่ถามว่าทำไม O-Bombay จะมี Ab อะไรบ้าง

      คนที่มีหมู่เลือด O-Bombay ที่จะมี Antibody สามารถเกิดได้ 3 อย่าง คือ Antibody ต่อ A, B, H antigen (คือไม่มี Anti-h เท่านั้น) แม้ว่าคนนั้นจะมี DNA ที่สามารถสร้างหมู่เลือด B ได้ ซึ่งจริงๆ ที่น้องเข้าใจมามาก็ไม่น่าจะผิดนะ

      ถ้าอธิบายแบบเต็มๆ ก็ต้องพอเข้าใจการสร้าง A และ B antigen ก่อน กล่าวคือ Antigen A และ B จะมีlสองส่วนคือส่วน base substances เป็น glycolipid กับส่วนที่แสดงความเป็น antigen A หรือ B คือส่วนที่เป็น carbohydrate (specific sugar) ,, ซึ่งพอเอาทั้งสองส่วนมารวมกันจะกลายเป็น precursor substance ที่เป็น oligosaccharide chain ของ A และ B

      คนทั่วๆ ไปที่มี gene H ก็จะสร้าง L-fucosyltransferase ซึ่งจะนำ L-fucose ไปติดที่ D-galactose ซึ่งอยู่ที่ปลายสุดของ oligosaccharide chain เรียกว่า H antigen ซึ่งฝั่งนี้จะเอาไปสร้าง Bond กับ A หรือ B precursor ทางด้าน glycolipid

      หลังจากนั้น คนที่มี gene A (หมู่ A) ก็จะสร้าง N-acetyl galactosaminyl transferase ซึ่งนำ N-acetylgalactosamine ไปติดที่อีกด้านของ D-galactose เรียกว่า A antigen ,, ส่วนคนที่มี gene B (หมู่ B) ก็จะสร้าง galactosyl transferase และนำ D-galactose ไปติดที่อีกด้านของ D-galactose เช่นกัน เรียกว่า B antigen ,, ส่วนคนที่มีหมู่เลือด O นั้น ไม่มี gene A และ gene B จึงไม่มีการสร้าง A และ B แอนติเจน บนเม็ดเลือดแดงจึงมีแต่ H แอนติเจน

      จากคำตอบข้อบน มันเลยจะเป็นคำตอบว่า O-Bombay รับเลือด group O ไม่ได้ เพราะคนที่เป็น O-Bombay มี Anti-H ด้วย ซึ่งจะไปจับกับ H antigen บนเลือด O ที่เราให้เข้าไป

      ส่วนกระบวนการที่ O-Bombay สร้าง Anti-H ออกมาเค้าเชื่อว่าเกิดจากสิ่งที่เรียกว่า Naturally occurring antibodies หมายความว่า สารบางอย่างในธรรมชาติคุณสมบัติที่เหมือน A, B และ H Ag ได้ เช่น พบในพืช แบคทีเรีย ฝุ่นละออง และสารอาหารต่าง ๆ เป็นต้น จึงสามารถกระตุ้นให้คนที่ไม่มี Ag เหล่านี้สร้าง Antibody ต่อ Ag ที่ตนเองไม่มีได้ ดังนั้น anti-A จึงถูกสร้างในคนหมู่ B, O และ Oh ,, anti-B ถูกสร้างในคนหมู่ A, O และ Oh ,, และ anti-H ถูกสร้างในคนหมู่ O-Bombay ได้ ซึ่ง naturally occurring antibodies จะเกิดภายหลังคลอดเมื่ออายุประมาณ 3 เดือน การสร้างจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงอายุ 5-6 ปี จึงมีปริมาณเท่าผู้ใหญ่

  6. พ่อเราเป็น o-bombay อาจดูเหมือนโม้นะ
    แต่พ่อเราเป็นโอ แม่เอ เราเอบี พี่เราบี
    พูดง่ายง่าย บ้านเรามีครบ

  7. คาดว่าไม่น่าจะมีใครตรวจว่าจะเป็น Bombay หรื่อเปล่า
    ส่วนมากจะมารู้ก็ต่อเมื่อมีลูกแล้วกรุ้ปเลือดไม่ตรงตามหมู่ ABO ครับ
    พอดีผมกับแฟนตรวจธรรมดาได้กรุ้ป O เหมือนกันแต่ลูกเป็น B
    อย่างนี้จะตรวจที่ไหนได้บ้างครับว่าพ่อหรือแม่กันแน่ที่เป็น Bombay (หรืออาจเป็นทั้งคู่ก็ได้)
    ขอบคุณครับ

  8. ขอบคุณนะคะหาอ่านมานานมากแล้ว อยากเขียนนิยายสักเรื่องแต่ไม่มีข้อมูลเลยไม่กล้าเขียน

  9. รบกวนเรื่อง Lewis system ด้วยครับ
    ผมกำลังเรียนเรื่องนี้อยู่ ค่อนข้างเนื้อหาเยอะพอสมควร
    รบกวนบรรยายหรืออธิบายอย่างละเอียดทีครับ
    และถ้าเป็นไปได้ขอความกรุณา แอดเฟสบุค ผมมาด้วยนะครับ
    ขอบพระคุณอย่างยิ่ง

  10. ฉันคือหนึ่งใน 60 ล้านคนในประเทศไทยที่มีกรุ๊ปเลือดนี้ค่ะ เลือดหายากมากถึงมากที่สุดค่ะ ลำบากมากเลือดกรุ๊ปนี้ –*

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This blog is kept spam free by WP-SpamFree.