Sfree กันเถอะ Part 2

หลังจาก Part 1 ของ Sfree แล้ว ผมก็ยังมี Part 2 อีก เนื่องจากเมนูมันเยอะมากๆ
โดย Part นี้จะเน้นเมนูพิเศษ และเมนูจานๆ ครับ

เมื่อพร้อมแล้วก็มาต่อกันที่ร้านอีกรอบเลย

กลับมาที่ร้านอีกครั้ง

ก่อนอื่นวันนี้ นอกจากจิตใจจะพร้อมสู้กับอากาศที่ร้อนมากๆ (โดยการกินไอศครีม) แล้ว
วันนี้คงต้องเผื่อพื้นที่ในท้องไว้นิดนึงด้วยนะครับ
เพราะวันนี้จะเน้นเมนูแบบจานๆ และเมนูพิเศษต่างๆ ครับ

บรรยากาศหวานๆ สบายๆ

จานแรกของวัน

จานแรกวันนี้เป็น จัมโบ้ ชูครีม อะลาโหมด (Jumbo Choux Cream A La Mode) ครับ
จานนี้ขอบอกว่าใหญ่มาก รวมทั้งเนื้อในอัดแน่นมากๆ
มองเผินๆ จานนี้เหมือนแฮมเบอร์เกอร์เลยอะ แต่เป็นใส้ผลไม้และไอศครีม

Jumbo Choux Cream A La Mode

ที่จานราดด้วยซอสคัสตาร์ดรสจางๆ (แอบเมาท์ว่าชิมนานมาก เพราะรสจางไปหน่อย ได้แค่กลิ่นจางๆ อะ)
ข้างบนมีช๊อกโกแลตฮ๊อตฟัดจ์ราดเยิ้มลงมาด้านล่าง
อร่อยๆๆๆ ยิ่งกินคู่กับผลไม้ต่างๆ ด้วยนี่สุดยอดมากๆ

ชั้นต่างๆ ของชูครีม

ส่วนตัวชูครีมเป็นคล้ายๆ ขนมปังก้อนครับ ไม่ได้นุ่มอย่างที่คิด แต่ก็อร่อยดี
ข้างในอัดด้วยซอฟเซิร์ฟเยอะมากๆ เข้ากับชูครีมและผลไม้อย่างดี
แล้วติดทุกชั้นด้วยคัสตาร์ดข้างในและผลไม้อัดแน่นมากมาย
สังเกตว่าส่วนของไอศครีมมันเยอะมากๆ มาถึงกลางตัวชูครีมเลยด้วยซ้ำ

ข้างในของจัมโบ้ชูครีม อลาโหมด

ต่อจานที่สองเลยดีกว่าครับ

เมื่อเครปกลายมาเป็นของเย็นๆ

เมนูจานที่สองนี่เป็นเมนูเครปประยุกต์ครับ ชื่อ เครป อะลาโหมด (Crepe A La Mode)
ภาพแรกที่จานนี้มันสะท้อนเข้าตา มันดูหรูมากๆ
เห็นแป้งเครปอย่างดีที่บรรจงบรรจุอะไรซักอย่างไว้ข้างใน

Crepe A la mode

ด้านล่างมีผลไม้มากมายหลากหลายชนิดละสีสัน
ทั้งมะม่วง กล้วย แก้วมังกร สตรอเบอร์รี่ กีวี่ หั่นเป็นรูปลูกเต๋าเล็กๆ สวยงาม
แล้วราดด้วยซอสคัสตาร์ดรสละมุนๆ (จนถึงขั้นจาง)

ผลไม้และคัสตาร์ดที่วางอยู่ใต้ชิ้นเครป

ส่วนด้านในของตัวเครปก็บรรจุซอฟเสิร์ฟจำนวนมากไว้
ร่วมกับมีช๊อกโกแลตฮอทฟัดจ์อยู่ข้างใต้ด้วย แกะปุ๊บก็ไหลออกมาปนๆ กับไอศครีมและผลไม้เลย

ภายในบรรจุซอฟเซิร์ฟไว้เต็มที่

ดูรกๆ และกินลำบากไปนิดนึง แต่ก็ยังอร่อยอยู่

ถึงคราวชีสเค้กบ้าง

ข้อดีของเมนูจานๆ เนี่ยคือผมว่าเชฟเค้ามี Space ในการสร้างสรรค์ผลงานได้เยอะขึ้น
จะหยิบจับหรือตกแต่งเมนูต่างๆ ก็ทำได้สะดวก
อย่างชีสเค้ก อลาโหมดนี่ก็อย่างนึง

Cheese cake A La Mode

อย่างการตกแต่งของเมนูจานๆ มีผลไม้ตัดแบ่งเป็นชิ้นเก๋ๆ
มีเอาสตรอเบอร์รี่ฝานๆๆ แล้วมาโป๊ะบนชีสเค้ก
แต่ก็ต้องยอมรับว่าจานนี้เด็ดที่ชีสเค้กจริงๆ แม้ภายนอกมองดูว่าเหมือนเค้กธรรมดา
หากได้ลองสัมผัสเนื้อเค้กที่นุ่มๆ และหอมชีสมากมาย
ยิ่งได้ผลไม้มาเสริมรสยิ่งเพิ่มความอร่อยของชีสเค้กดีครับ

ชีสเค้กอร่อยมากๆ

ถือเป็นเมนูน่าลองครับ แต่แอบแพงไปนิด

คราวนี้มาเป็นกล่อง

ปกติแล้วอาหารชุดเบนโตะมักจะมาแบบอาหารคาวๆ
ใส่ข้าวปั้นเอย ปลาดิบเอย ไก่ย่างซีอิ้วเอย ..แต่วันนี้มาแปลกครับ
เพราะมีแต่ของหวานบรรจุเต็มแทนใน เบนโตะ พาร์เฟต์ (Bento Parfait)

Bento Parfait

ในชุดก็สมเป็นเบนโตะมากๆ เพราะมีขนมหลากหลาย
มีทั้งพุดดิ๊ง, ชาเขียวช๊อต, โมจิ, ถั่วแดง, ขนมโตเกียว, ชุดผลไม้และซอฟเสิร์ฟอร่อยๆ

ขนมหลายชนิดมากๆ แต่อย่างละนิดๆ

ที่ผมชอบคือพุดดิ้งนะ อร่อยดี, ส่วนชาเขียวมันน้อยไป
อย่างอื่นๆ ธรรมดาๆ นะ

พุดดิ้งๆ ครับ อร่อยดีๆๆ

ส่วนตัวผมว่าเมนูมันแพงไปหน่อยนะครับ แถมแต่ละอย่างก็ได้ไม่เยอะ
คงแพงค่าไอเดียกับค่ากล่องไปไม่น้อย

ไอศครีมและน้ำแข็งไส

อีกเมนูยอดฮิตของร้านคือ Kakigori ครับ
เป็นไอศครีมที่วางอยู่บนน้ำแข็งไส แล้วตกแต่งด้วย Topping เป็นแบบต่างๆ ครับ
อีกหนึ่งเมนูอร่อย เพราะไอศครีมเค้าใช้ได้ ยิ่งกินคู่กันทั้งไอศครีม ทั้งน้ำแข็งไส ทั้ง Topping จะสุดยอดมาก
แต่เสียดาย น้ำแข็งไสข้างล่างถ้ากินช้ามันจะแฉะๆ นิดนึง

Kakigori รสนม มีถั่วแดงและโมจิมาเป็นเพื่อน
Kakigori และเครื่องเคียงทั้งหลาย

เมนูพิเศษหน้าร้อนนี้

เพื่อให้เข้า trend ช่วงนี้ที่ไม่ว่าร้านไอศครีมเจ้าไหนก็มีม่วงกันหมด
แต่กับ Sfree มีมะม่วงเป็นเมนูหลักมาตั้งนานแล้ว เลยเอาประยุกต์กันสนุกเลย
ผมกับเพื่อนๆ ก็เลยสั่งมาซักอย่างนึง(จากสี่อย่างในเมนู) จำชื่อไม่ได้ครับ -_-a

ชุดเมนูมะม่วงฤดูร้อนนี้

ประกอบด้วยมะม่วงวางเรียง น้ำแข็งใสมะม่วงใส่ซอฟเสิร์ฟและเนื้อมะม่วง
สุดท้ายเป็นขนมปังราดด้วยซอสมะม่วง เหลืองไปหมด
แต่ทีเด็ดของจานต้องเป็นตัวขนมปังนี้ครับ

ทีเด็ดของจานครับ

คือทีแรกเห็นอาจให้ feeling แบบเป็นพายกรอบๆ
แต่จริงๆ เป็นขนมปังนุ่มๆ ประมาณเนื้อเค้กอะ กลิ่นหอมดี ค่อยๆ ทำเรียงไปทีละชั้นๆ
ตัดกินกับซอสมะม่วงและเนื้อมะม่วงนี่อร่อยมากๆ

ซอสมะม่วงเยิ้ม กินกับขนมปังอร่อยดีนะ

เมนูพิเศษหน้าหนาวเมื่อฤดูกาลก่อน

กล่าวคือ ผมเก็บไว้ตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสปลายปีที่แล้วล่ะครับ
ช่วงนั้นก็จะเน้นโทนเขียวๆ-แดงๆ-แต่งๆ แบบหิมะๆ ดูเก๋ๆ ไรงี้

เริ่มที่แบบเป็นถ้วยก่อนดีกว่าครับ อันนี้จำชื่อไม่ได้เหมือนกัน แต่จำได้ว่าอร่อยดี

เมนูพิเศษช่วงคริสมาสต์

คือเป็นส่วนผสมของ Strawberry และ Kiwi ครับ
แม้สีจะต่างๆ แต่มันกลับลงตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งตัวผลไม้และน้ำแข็งใส

กีวี และ สตรอเบอร์รี่

แต่ถ้าทิ้งไว้นานไป สีก็เละๆ ไปหน่อยนะครับ ดังนั้น อย่าปล่อยให้ละลายเป็นอันขาด

ต่อมาเป็นเมนูชื่อว่า ลา โนเอล อลาโมด

คือจานนี้จะประกอบไปด้วยชีสเค้กสูตรพิเศษของเชฟอิเคดะ (พนักงานบอกมาแบบนี้)
แล้วก็มีน้ำแข็งใส (เลือกรสได้) แล้วมีโยเกิร์ตซอฟเสิร์ฟวางอยู่ข้างบน
แล้วตกแต่งด้วยชิ้นสตรอเบอรรี่สดหั่นบางๆ พอคำกับวิพครีม

บรรยายซะเว่อร์ มาดูรูปดีกว่า

ลา โนเอล อลาโหมด
สมเป็นเมนูพิเศษจริง

อีกถ้วยในเมนูพิเศษเป็น Kakigori ครับ

Kakigori รสพิเศษ

เป็นไอศครีมรสนมท่ามกลางสตรอเบอร์รี่
แล้วโรยด้วยไวท์ช๊อกโกแลต อารมณ์ประมาณอยู่ท่ามกลางหิมะเลย

อร่อยดีนะ แต่หากินได้เป็นฤดูกาลเท่านั้น

ต่อมาเป็นของเทศกาลวาเลนไทน์ครับ
เป็นชุดเค้กอะไรซักอย่าง ผมก็จำชื่อไม่ได้เหมือนกัน แต่อร่อยดีครับ
ในชุดมีเค้กช๊อกโกแล๊ต สตรอเบอร์รี่สด และซอฟเสิร์ฟบนน้ำแข็งไส

เมนูพิเศษช่วงวาเลนไทน์
ซอฟเสิร์ฟและน้ำแข็งไสรสโปรด

ส่วนที่เด็ดคือเค้กช๊อกโกแลตนี้ครับ
เหมือนเป็นช๊อกโก้แลตอัดแน่นๆๆๆ เลย อร่อยมาก

ช๊อกโกแลตเค้าอร่อยจริงๆๆ

การกินแบบจานๆ ที่ผ่านมา

เมนูแบบจานผมว่ามันมีอิสระและพื้นที่ในการตกแต่งที่เหนือกว่าแบบถ้วยธรรมดา
ทำให้แต่ละจานที่ออกมานั้นสวยงามและลงรายละเอียดในหลายๆ เรื่อง
รวมทั้งการมีพวกเมนูพิเศษตามฤดูกาลทำให้มีอะไรแปลกใหม่มาเรื่อยๆ
ทำให้เห็นว่าจินตนาการในการพัฒนาเมนูนั้นมีเรื่อยๆ จริงๆ

อาหารก็สามารถเป็นศิลปะได้

แต่อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับจริงๆ ว่าข้อเสียของการกินแบบจานคือมันกินลำบากใช้ได้เลย
ทั้งเรื่องการตักชิ้นๆ ผลไม้ที่ลำบาก เพราะมันเล็กและลื่นไปหน่อย
รวมทั้งหากกินช้าๆ มันจะละลายและเจิ่งนองเละไปหมด (โดยเฉพาะกินไปถ่ายรูปไป)
แต่ถ้าชอบกินแบบมิกซ์ๆ ก็ไม่ว่ากันครับ เพราะคุณจะได้อะไรที่ละลายรวมกันดีมาก

ร้าน Sfree

เมนูพิเศษพวกนี้ จะหากินได้อีกทีต้องไปกินที่ Parferio
ซึ่งเป็นร้านแม่ของเหล่า Sfree ทั้ง 7 ครับว่าเป็นถ้วยครับ เอาไว้ค่อย Review คราวหน้าละกัน
(จริงๆ ก็เลย Review มาแล้วนะที่ Blog เก่า)