Nobita โนบิตะ — เนื้อย่างเด็กแว่น

ช่วงนี้มีร้านบุฟเฟต์แนวเนื้อย่างเกาหลี-ญี่ปุ่นเกิดขึ้นเยอะมากๆ
ซึ่งมองไปแทบทุกร้านคนก็แน่นเกือบทุกร้านเลย
ตั้งแต่ร้านดังๆ แรกๆ อย่าง Giants คนก็ยังเยอะตลอด
รวมทั้งร้านเปิดใหม่ต่างๆ ซึ่งต่อไปจะเอามาทยอยรีวิวลงเรื่อยๆ

แต่วันนี้เป็นคิวของร้านเด็กแว่นที่เป็นเพื่อนของไจแอนท์ครับ (ซึ่งเจ้าของร้านเป็นกลุ่มเพื่อนกันจริงๆ)

วันนี้เป็นร้านที่มีลักษณะการเตรียมเนื้อต่างๆ คล้ายกับร้าน Giants ผู้ยิ่งใหญ่
คือร้านโนบิตะ (Nobita Yakiniku) นั่นเอง

ที่ตั้งและทำเลของร้าน

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น B1 (ใต้ดิน) ติดกับบันไดเลื่อน อาคารลุมพินีพลาซ่า อโศก (ตรงข้ามตึกGMMแกรมมี่)
เดินผ่านหน้าตึกก็สามารถชะโงกมองเห็นร้านที่มีสีส้มๆ อยู่ที่ชั้นใต้ดินได้

วันที่ผมไปเป็นช่วงตอนบ่ายของวันอาทิตย์ คนแน่นใช้ได้เลย

โนบิตะ เนื้อย่าง Nobita Yakiniku

ถ้าหากต้องการติดต่อก็โทร 02-664-0224 ถึง 5 และ 081-245-6012
ส่วนนี่เป็นแผนที่ของร้านครับ


View Nobita in a larger map

อาจเป็นข้อด้อยนิดๆ ของร้านโนบิตะที่ไม่ได้อยู่ตามแนวรถไฟฟ้าเสียทีเดียว
คือถ้าหากเดินทางสะดวกสุดขอแนะนำการเดินทางด้วย MRT
โดยลงสถานีเพชรบุรี แล้วเดินย้อนไปทางสถานีอโศกนิดนึง ประมาณ 400 เมตร
แต่ผมมองมันเป็นข้อดีนะ เพราะกว่าจะเดินมาถึงก็หิวพอดีเลย

พอเดินมาถึงร้าน คนก็ยังแน่นอยู่ตลอด
พนักงานวิ่งกันให้ขวักไขว่

บรรยากาศภายในร้าน

หิวแล้วๆๆๆ สั่งเลยดีกว่า

เปิดโต๊ะ ติดเตา สั่งเนื้อ

สิ่งที่เชื้อเชิญผมเดินทางมาคือฝูงเนื้อและผองเพื่อนในเมนูบุฟเฟ่ต์ครับ
รายการของบุฟเฟ่ต์ก็มีทั้งเนื้อสัน, เนื้อลาย, เนื้อติดมัน, กุ้ง, ปลาหมึก, แซลม่อน, ไก่, หมู, เห็ดออรินจิ
แล้วก็มีเครื่องเคียงก็มีทั้งข้าวกระเทียม, กิมจิ, ผักยำ, ผักกาดหอม, ฯลฯ
พร้อมเครื่องดื่ม และ ขนมหวาน (ตามรายการข้างล่าง)
โดยรวมผมว่าเมนูคล้ายๆ กับไจแอนท์นะ (แต่ยังมีทีเด็ดอีก… ติดตามข้างล่าง)

รายการอาหารในเมนูบุฟเฟ่ต์

ที่ผมชอบคือเครื่องดื่มที่ร้านนี้ครับ มีเยอะและเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะตลอด
เพราะเค้าจะมีน้ำอัดลมแทบทุกอย่าง แถมยังมีชามะนาว (ลิปตันไอซ์ที)
แล้วก็พวกชาจีน ร้อน-เย็นอีกด้วย

จริงๆ ในร้านยังมีเมนูที่เป็นชุดอาหาร (ไม่ใช่บุฟเฟ่ต์) ด้วย
แต่เหมือนความร้อนแรงและปริมาณของมันจะสู้ชุดบุฟเฟ่ต์ไม่ได้
เพราะสังเกตว่าทุกโต๊ะกินบุฟเฟต์กันหมด เอิ๊กๆๆ

พอมานั่งปุ๊บ ตกลงว่าจะกินบุฟเฟ่ต์ปั้บ พนักงานก็ยกเตามาให้เลยครับ ไฟแรงดีมาก

เตาไฟแรงดีมากๆๆ

พร้อมกับมีบริการเทน้ำจิ้มให้เลย
ส่วนพวกเครื่องปรุง พริก กระเทียม น้ำมะนาวก็เติมตามใจชอบครับ

ปรุงน้ำจิ้มได้ตามความต้องการ

เอาละครับ เห็นเมนูก็สั่งมาเลย อย่างละสาม อย่างละห้า
จังหวะนั้นหิวมาก ชี้ๆๆ จิ้มๆๆ เนื้อๆๆๆ เอามาให้หมด

และแล้วไอ้ที่สั่งไปมันก็มาครับ

จากการสั่งด้วยความหิวแบบบ้าคลั่ง อาหารต่างๆ ก็เริ่มทยอยมา
ส่วนตัวผมว่ามาเร็วดีนะครับ เริ่มที่เครื่องเคียงก่อนดีกว่าครับ

อันแรกเป็นข้าวกระเทียม ส่วนตัวผมว่าอร่อยดี
เพราะไม่ได้อัดกระเทียมเยอะมากไป ข้าวก็ไม่ได้มันมากนัก

ข้าวกระเทียมน่ากิน

ต่อมาก็เป็นชุดผักและกิมจิครับ
ผักเค้าสดและอร่อยดีมาก
ผมชอบผักกาดแก้วเค้านะ สดกรอบ และไม่มีกลิ่นเหม็นเลย กินลดเลี่ยนได้ดีมากๆ

ชุดผัก ยำผัก และกิมจิ

ต่อมาเมนูเนื้อสัตว์แต่ละจานก็เริ่มทยอยเสิร์ฟแล้ว
น้องพนักงานน่ารักมากๆ เดินเสิร์ฟอาหาร, เดินเติมน้ำตลอด
ที่มาแต่ละจานใหญ่ๆ ทั้งนั้น

เริ่มที่เบคอนชิ้นโตครับ เรียงมาให้เต็มจานเลย

เบคอนเต็มจาน

ต่อมาก็เป็นเนื้อติดมันครับ อันนี้สั่งไปสอง ก็มาสองจานยักษ์
จินตนาการเหมือนจานดาวเทียมอะครับ ใหญ่ได้อีก
เนื้อติดมันเป็นอะไรที่ผมชอบมากๆ เพราะสามารถปิ้งแบบเกือบสุก เป็นสไตล์เนื้อนุ่มๆ หอมๆ หรือจะปิ้งแบบเกือบไหม้ เอาแบบเกรียมๆ น้ำมันหยดติ๋งๆ ปิ้งแบบกรอบๆ ก็ได้ ซึ่งอร่อยกันไปคนละแบบ

เนื้อติดมันจานใหญ่ได้อีก

เนื้อลายครับ อันนี้สั่งไปสาม มาอีกสามจานยักษ์

เนื้อลายเต็มจาน

ส่วนตัวผมชอบเป็นอันดับสองนะ เนื้อมันจะมีมันแทรก นุ่มๆๆๆ
สังเกตลายมันที่แทรกไปตามเนื้อสิ!! จังหวะที่ย่างไฟทั้งสองจะหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กินแล้วเนื้อและมันเรียกว่าแตกกันในปากเลยทีเดียว

เนื้อลายมันนุ่มๆๆ

ต่อมาเป็นเนื้อสันครับ สังเกตว่ามันจะไม่เยอะมาก
เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยชอบมันมาก
จานนี้แนะนำว่าอย่าปิ้งนานมากจนสุกไป เพราะมันจะแข็งไป

เนื้อสัน มันน้อย สีแดงสด น่ากินมากมาย

เสียดายที่เมนูเนื้อมีแค่สามอย่าง
แต่เนื้อสัตว์อย่างอื่นก็มีอีกนะครับ

แต่ละจานทยอยมากันแบบไม่ขาด

เริ่มที่น้องกุ้งตัวโตกันก่อนเลยครับ
เรียงกันมาสวยงามเต็มจานเลยทีเดียว

น้องกุ้งนอนอยู่บนจาน

แล้วก็ยังมีเห็ดออรินจิครับ
อันนี้ผมสั่งหนักมือมาก เพราะชอบมาก เลยกดไปห้าจานรวด
ตอนนี้โต๊ะไม่มีที่วางแล้ว

เห็ดออรินจิ

หวังว่าคงยังไม่ลืมทีเด็ดที่ผมบอกไว้ข้างบนนะครับ
ทีเด็ดที่ผมว่าคือ …. แซลมอนครับ

แซลมอนชิ้นโต

ดูรูปแล้ว… มันเด็ดยังไงเหรอ มันก็มีกันทุกร้าน
ไม่ใช่แซลมอนนั้นครับ อั้นนั้นเอามาย่าง
แต่เป็นจานนี้ต่างหากครับ … แซลมอนซาซิมิ … แบบบุฟเฟต์ด้วย

แซลมอนซาซิมิก็ยังมีในรายการบุฟเฟต๋

อาจเป็นร้านเนื้อย่างร้านแรกๆ ที่มีปลาดิบรวมในเมนูด้วย
แต่มันก็แน่ครับ ความอร่อยมันสู้ร้านที่ขายปลาดิบไม่ได้เลย
ถ้าเอามาแก้ความเสี้ยนแซลมอนในจังหวะนั้นก็พอไหวอยู่ ^^

นอกจากนั้นยังมีเนื้อไก่ ปลาหมึก และอื่นๆ อีก แต่จังหวะนั้นไม่ได้สั่งแล้ว เพราะอะไรเหรอครับ
เพราะว่าโต๊ะมันเต็มแล้วครับ มันไม่เหลือที่วางแล้วครับ บางจานต้องวางพักตรงเก้าอี้ก่อนด้วย

ของเต็มโต๊ะเลย แง่มๆๆๆ

งั้นเรามาเร่งเคลียร์อาหารบนโต๊ะเถอะครับ

อารมณ์ปิ้งย่าง

อย่างที่บอกแหละครับ
อาหารยังเสิร์ฟมาไม่ถึงครึ่ง แต่โต๊ะไม่มีที่วางและที่ว่างแล้ว
ก็ต้องเริ่งปิ้งย่างกันครับ

จังหวะปิ้งย่าง

แต่มันก็ไม่ได้เร็วเลย เพราะแต่ละคน ถ้าไม่ทวีตก็มัวแต่ถ่ายรูป กะเอามาลง blog (ประจานตัวเอง)

หลังจากปิ้งได้ที่แล้วก็เอามาลงน้ำจิ้มครับ
ผมว่าอร่อยดีนะ เข้ากันดีกับเนื้อและซอสที่ราดบนเนื้อ
คือซอสที่ราดจะออกแนวหวานๆ หมักๆ หน่อย
ส่วนน้ำจิ้มก็รสชาติโอเค กลมกล่อม ตัดคาวดีมาก
ยิ่งได้กินกับผักกาดแก้วหรือข้าวกระเทียมแล้วยิ่งสุดยอดมากๆๆๆ

เนื้อย่างกับน้ำจิ้ม เข้ากันอย่างดี

กินไปก็เริ่มอิ่ม ที่เหลือคงต้องให้เพื่อนๆ ช่วยบ้างแล้วแหละ
เพราะผมจะกินของหวานแล้ว

ของหวานมาแล้ว

ของหวานที่นี่มีสองแบบครับ
มีแบบ Fix เมนูก็คือถั่วแดงเย็น ส่วนตัวผมว่าเฉยๆ นะ ไม่ได้อร่อยมาก
กับแบบที่สองคือเป็นของหวานที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ซึ่งวันที่ผมไปเป็นองุ่นครับ สดใช้ได้ หวานหอม อร่อยมากๆๆๆ

ของหวานเป็นถั่วแดงเย็นกับองุ่น

โดยที่นี่ของหวานก็สั่งได้ไม่จำกัดเช่นกัน กินเท่าที่กินได้
วันนั้นจำได้ว่ากดองุ่นไปสามถ้วย หลังจากที่คร่ำครวญว่าอิ่มท้องจะแตกหลังจากกินเนื้อเสร็จ
อร่อยจริงๆ องุ่นๆๆๆ

สรุปที่ไปกินมา

ส่วนตัวผมว่าเป็นร้านที่ใช้ได้ร้านนึงเลยนะครับ
เพราะที่ผมชอบใช้ได้ คือพนักงานเค้าเอาใจใส่ดีระดับนึง ถึงแม้ว่าตอนนั้นคนจะเยอะแค่ไหนก็ตาม
เค้าเดินมาเปลี่ยนตะแกรงโดยไม่บอก เขี่ยและเติมถ่านให้เป็นพักๆ เสิร์ฟอาหารและแนะนำเมนูให้ เดินเติมน้ำให้ตลอดเวลา
ประทับใจพนักงานทุกคนมากๆ ครับ
(แต่คิดว่าถ้าร้านมีคนเยอะๆ ก็คงจะมีบริการช้าลงบ้างนะครับ)

ส่วนเรื่องอาหารผมว่าคล้ายๆ กับร้านเนื้อทั่วๆ ไป ไม่มีส่วนแปลกๆ มาให้กิน
แต่ก็มีแซลมอนซาซิมิมาให้ ถือว่ากลางๆ ครับ แต่ก็เอามาแก้เซ็งคนที่ไม่กินเนื้อได้
เนื้อแต่ละส่วนที่มาถือว่าคุณภาพดีครับ ชอบมากที่จัดมาจานใหญ่ๆ
ใหญ่มากจนโต๊ะไม่มีที่วางเลยทีเดียว
ส่วนของหวานก็ชอบที่เติมได้ไม่อั้น และมีผลไม้ด้วย
ทำให้ความเลี่ยนหลังจากซัดเนื้อไปเต็มคราบหายไปกว่าครึ่ง ช่วยได้มากจริงๆ

ถือว่าเป็น 2 ชั่วโมงที่คุ้มค่าอย่างมากมาย
(สุดท้ายขอขอบคุณ @drjoop ผู้เป็น sponsor ในกิจกรรมรีวิวครั้งนี้ครับ)