หลังจากที่จบ Part 1 มา หลายคนอาจงงๆๆๆ ว่านี่พวกเอ็งไปเที่ยวหรือไปงานแต่งเนี่ย
โดยเฉพาะแก ไอ้หมูทอดตงคัทสึ แกเอาแฟนมาโชว์เหรอฟระ งานแต่งใครกันแน่
แถมโฆษณาที่พักให้ตั้งเยอะ -_-a
Part นี้เราจะเห็นพี่เม่นและพี่จี้แล้วครับ เย้ๆๆๆๆๆ
ก่อนเริ่มพิธีงานเช้า
ยามเช้าของปายช่างเย็นสบาย แอบมีปนหนาวๆ นิดๆ
หนาวไม่หนาว ก็ดูเอาเองครับ
สนุกดีตรงที่พ่นควันได้ด้วย
เงียบสงบ สดชื่นๆๆๆๆ อากาศดีๆๆๆๆ ไม่มีในกทม เอาไปฝากก็ไม่ได้
นี่คือบ้านพัก Agape de Pai ที่ผมไปพักนะ
เป็นวิลล่าหลังเดียว ทุกอย่างมีพร้อม ยกเว้นเครื่องทำน้ำอุ่นเสีย (ผมอาบน้ำนะ -_-!!!)
ย้ำว่าไกลจากตัวเมืองมากๆๆๆ โดยเฉพาะวันนี้เราต้องไป
ไม่เชื่อดูจากแผนที่ ก็คือไอ้สุดเหนือสุดใต้นั่นแหละครับ
สุดตรีนแท้ๆๆๆๆๆ
ก่อนไปก็ขอเก็บรายละเอียดหน่อยนะ
มุมชิงช้าของ Agape de Pai
นางแบบของผมพร้อมเดินทางแล้ว
ความยากของการเดินทางผมคือการซ้อน 3 กับพี่ปลาทอง
เราจัดระเบียบร่างกายกันนานมาก กว่าที่จะได้ท่าที่ลงตัว
ผมต้องนั่งครึ่งก้น แฟนผมต้องนั่งป้ายแบบ unstable พี่ปลาต้องควงทรัมเป็ตไปด้วย
แถมอากาศหนาว ไอ้เราก็ขับเร็วไม่ได้
ยังดีที่ขับไปแค่ลิลูนะนั่น
ถึงลิลูแล้วขณะนี้ 0800 น แต่พี่พัชรนัดรถ 0830 น
ยังมีเวลาเหลือบ้างไรบ้าง
แน่ครับ
เวลาเหลือของผมคือไปหาอะไรกินครับ แต่วันนี้คงกินไกลไม่ได้
เอาใกล้ๆ ลิลู ก็มีอะไรเล็กๆ น้อยๆ ขาย
เห็นมีขายปลาท่องโก๋นี่แหละครับ เยอะมากๆ
แถมกินก็ใช้เวลาไม่มาก สามารถ Portable ได้
ก็เป็นปลาท่องโก๋ตัวใหญ่ครับ
แอบใส่งาดำด้วย ทำให้มีกลิ่นหอมนิดๆ ปนอยู่ น่าดึงดูดใช่น้อย
แม่ค้าก็ทอดปลาท่องโก๋อย่างบรรจงครับ ผมชอบที่น้ำมันไม่ค่อยเยอะ
หม่ำเสร็จก็เดินทาง (ด้วยรถตู้) ครับ
พิธีงานเช้า, พิธีการเดียวที่มี
เราเดินทางไปพริบตาที่อยู่ใต้ๆ ของแผนที่นั่นแหละครับ
ทุกคนทุกฝ่ายกำลังเตรียมงานอย่างขะมันเขม้น
เห็นเพื่อนๆ twitter ชาวกรุงเทพฯ มาอยู่ที่นี่เพียบ มีทั้งที่ผมรู้จักและไม่รู้จักมากมาย
ถึงที่แล้วววว รองานเริ่มครับ ก็ขอรูปคู่นิดนึง
สาบานเลยว่าครั้งแรกที่ผมมางานแต่งพี่เม่นที่ปาย ผมคิดว่ามันไม่เหนื่อยเหรอ จัดงานแต่งเนี่ย
ปกติเค้าก็จ้างโรงแรม มีพนักงาน แถมงานพิธีอีก เค้ายังบ่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กันว่าเหนื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่เมื่อผมมาถึงที่งาน
ผมจึงได้รับรู้พลังแห่งความรักของเพื่อนๆ twitter และ social networks
ทุกคนที่ขึ้นมาที่นี่นั้นมาด้วยใจจริงๆ ตั้งใจที่จะมางานแต่งงานเต็มที่
งานที่ยิ่งใหญ่และเจ๋งมากๆ ขนาดนี้ เพียงแค่ใครลำพังคงไม่ไหวหรอก
แต่ทุกๆ คนมาช่วยกัน คนละไม้คนละมือตามที่ตนเองถนัด ทำให้งานต่างๆ มันลุล่วงไปได้ด้วยดี
ผมว่า มันยิ่งกว่าปาฏิหารย์นะ
หลายคนที่ผมเคยเห็นเค้าแค่ใน timeline
แต่วันนี้ผมเห็นเค้ากำลังช่วยงานแบบตัวเป็นๆ อยู่
น่าประทับใจมากๆ
ครับ วันนี้ theme งานจะออกแนวสีฟ้าและขาวครับ
ผมชอบนะ มันดูเข้ากับอากาศเย็นๆ และบรรยากาศของที่ปาย
ว่าแต่ พี่นัทมาจากไหนครับ -_-a
วันนี้เอาแค่สีฟ้าขาวนะครับ ไม่เอาสีดำ -_-!!
งานพิธีใกล้เริ่มแล้ว
เพื่อนเจ้าบ่าวก็มายืนเรียงเป็นแถวครับ
และแล้ว คุณแก้วก็เดินนำขบวนพาเจ้าสาวมาครับ
กรี๊ดดดดดด กรี๊ดดดดดด
ดูไปดูมาไม่แน่ใจว่านี่เป็นงานแต่งงาน
กล้องเยอะโคตรๆ ทั้งคอมแพค ทั้ง DSLR เต็มไปหมด
ภาพที่เจ้าสาวเดินกับคุณพ่อเข้าพิธีอย่างกะเดินไปเฉิดฉายในเวทีออสการ์
ผมมั่นใจว่า 1 วินาที มีคนลั่น Shutter ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้งเลยทีเดียว
“พิธีการนี้ไม่ใช่พิธีกรรมทางศาสนา แต่เป็นพิธีที่เกิดจากความรัก และคำมั่นสัญญา ของทั้งสอง ต่อหน้าเราผู้เป็นสักขีพยานในการกล่าวคำปฏิญาณของทั้งคู่ องค์ประกอบสำคัญญของพิธีแต่งงานนี้ อยู่บนความรัก และ คำมั่นสัญญา
ความรักคือสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิต ที่ทำให้เราได้มีความสุข ได้พบเจอทุกข์ ความเจ็บปวด เติบโต สร้างแรงบรรดาลใจ หรือแม้กระทั้งสร้างชีวิตใหม่ ความรักนั้นมีมากมายหลายนิยาม แต่สำหรับทั้งคู่ คงเป็นดังบทกวี บทนี้
ความรักที่แท้จริง จะผ่านพ้นไม่ว่าอุปสรรค์ใดๆ จะไม่แปรเปลี่ยน
ความรักจะเป็นเหมือน เสาเข็ม ที่ไม่มีวันสั่นคลอน แม้มีพายุพัดผ่าน
ความรักเป็นเสมือนดาวนำทาง ในคืนที่มืดมิด
ความรักไม่ผันเปลี่ยนตามกาลเวลา
ความรักไม่แค่ชั่วยาว หรือสัปดาห์ แต่จะยั่งยืนจวบจนกาลปวสาน
sonnet 116 – เชคสเปียร์”
มันเก๋มากๆ
“ในนิยามของความรักที่หลากหลาย เมื่อความรักได้เดินทางผ่าน การเรียนรู้ ความเข้าใจ การบ่มเพาะ เติบโตจนถึง การตัดสินใจที่จะร่วมทุกข์ ร่วมสุขกัน การใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ใช่แค่การกินอยู่ด้วยกัน แต่เป็นการเสียสละ และ ดูแลกันในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นอนาคตของคู่ชีวิต สุขภาพ และที่สำคัญเป็นการบอกกับตัวเองว่าชีวิตของทั้งคู่จะมีกันและกันตลอดไป
กินใจมากๆๆ T T
คำมั่นสัญญา ที่ในโลกปัจจุบันทุกสิ่งมันง่าย จนทำให้คำมั่นสัญญาที่เราพูดให้กันง่ายๆนั้น ลดความสำคัญลง การรักษาสัญญาก็ลดลง แต่สำหรับคู่ชีวิตนั้น คำมั่นสัญญาในวันนี้ จะเป็นสิ่งที่ให้ทั้งคู่ได้ยึดเหนี่ยว ได้ศรัทา เคียงข้างไปกับความรักของทั้งคู่ พร้อมกับสักขีพยานทุกท่านที่จะร่วมเป็นพยานในการปฏิญาณที่จะเกิดขึ้นนี้”
TT TT ซึ้ง
เป็นงานแต่งที่ดูเรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความจริงใจ
ผมประทับใจมากๆ
สมาชิกในทีม iHear + วิทย์และกิฟท์แสดงความยินดี
งานนี้ส่วนมากจะมาเป็นคู่ครับ
ขนาดพี่พัชรที่ไม่ได้ควงพี่บอลมา ก็ยังสามารถเอาปูเป้มาควงได้
(หรือเราพูดสลับกันหว่า)
นอกจากนั้น ยัยหนูนิชยังมีของเล่นอีกแหนะ
เอาลิปสติกมาให้เขียนเล่น ผมกับเดียร์ก็เลยเขียนอวยพรให้พี่เม่นกะพี่จี้เลย
นิชชี่จอมซุกซนยังเอากระดาษและลิปสติกให้ทุกคนเขียน
จึงเกิดเป็นโพสเก๋ๆ นี้ขึ้น ใน blog ชองนิชชี่
งานพิธีก็เสร็จสิ้นลงด้วยรอยยิ้มของทุกฝ่าย
หลังงานพิธี ก็มีอะไรกินบ้างไรบ้าง
ใช่ครับ!!! งานพิธีเสร็จแล้วเย้ๆๆๆ
หลังงานก็มีกินอะไรบ้างเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งหลักๆ เป็นอาหารกระจุ๊กกระจิ๊กเล็กๆ น้อยๆ
เป็นงานเลี้ยงเล็กๆ หลังงานเช้า
ตอนนี้แทบทุกคนอยู่ในส่วนฟู๊ดคอร์ทของงานแต่งงาน
หลักๆ ธีมสีฟ้าขาวก็ยังไม่หายไปจากงานเสียทีเดียว
เพราะเครื่องใช้ต่างๆ ก็ยังคงเป็นสีฟ้าและสีขาวเป็นหลัก
ส่วนตัวผมมัวแต่เดินไปถ่ายรูปครับ อาจได้อาหารมาไม่ครบ
ก็เริ่มตั้งแต่ของคาว(ไม่มาก) เป็นแซนวิชกับ Quiche ครับ อร่อยๆ
ส้วนของหวานก็มีทั้งไทยและเทศครับ
ทางฝั่งไทยก็มีทองหยิบทองหยอด และขนมชั้นรสเลิศมา
ส่วนที่ผมว่าอร่อยสุดก็คือทาร์ทผลไม้ครับ
เพราะมันได้ความสดของผลไม้ ความหอมของแป้งที่ใช้ทำ บรรจงแต่งมาแบบพอดีคำ
รวมทั้งแป้งของทาร์ทที่ไม่แข็งเกินไป
แถมยังมีเยลลี่โปะบนอีกอัน สวยและน่ากินมากๆ
นอกจากนั้นยังมีขนมสายไหมสีฟ้าสวยกลิ่นมิ้นท์อีกด้วย
แขกที่มาในงานปั่นเองได้แบบเต็มที่เลย
แต่ด้วยความสามารถทางความ “อาร์ท” ของเธอ
เธอก็ดัดแปลงสายไหมธรรมดาเป็นสายไหมรูปดอกกุหลาบ
ส่วนเครื่องดื่มนี่ผมมาไม่ทัน ทำให้บลูฮาวายหมดแล้ว
เลยได้น้ำพันช์สีส้มเด่นตัดกับสีธีมของงานแทน
รสชาติจากการผสมของน้ำส้มและน้ำสับปะรดที่ลงตัวสร้างความอร่อยสดชื่นและดับกระหายจากขนมต่างๆ ได้อย่างดี
Part ก่อนเราเห็นพี่ตูนบอดี้แสลมแล้ว
ตอนนี้ผมก็เพิ่งเห็นพี่โจ๊ก โซคูลกำลังนั่งจิบน้ำพันช์ในงาน
โอววว บร๊ะเจ้าโจ๊กกกกกกกกก งานพี่เม่นช่างยิ่งใหญ่ในทุกวงการเจงๆๆๆๆ
เก็บตกหลังงาน
ความสนุกและรอยยิ้มไม่เคยจางหายไปจริงๆ เมื่ออยู่ในงานพี่เม่น
ก็สนุกๆ ครับ มีพิธีโยนดอกไม้ และสายรัดถุงน่อง (อันหลังก็เพิ่งเคยเจอ)
เก๋ๆ ดีครับ แอบรับลำบากเพราะโยนกันตรงขั้นบันได้
จากนั้นรถเต่าของพี่เม่นก็มารับคู่บ่าวสาวแล้วครับ รถเต่าก็แต่งซะเก๋เลย
อัญเชิญรถเต่าโดยพี่ปลาทอง (อาจดูคล้ายพี่เม่นขับ)
จากนั้นก็ขอถ่ายรูปคู่ซักใบก่อนจะไปกินข้าวเที่ยงกัน
จากนั้นก็มีเก็บขงเก็บของอะไรหลังงานนิดหน่อย แต่ก็เยอะเหมือนกัน
เพราะทีมงานส่วนใหญ่ทยอยๆ กันกลับแล้ว เหลือแต่ชายหนุ่มวัยฉะกันไม่กี่นาย
แต่ของที่ขนนี่ยังมีอีกมากมาย
ก็ช่วยๆ กันไปครับ สนุกดี คนละไม้คนละมือ
ผมนั่งท้ายรถกระบะของคุณโอมที่บรรทุกหลังด้วยเก้าอีเต็มไปหมด
ด้วยหวังว่าจะช่วยทับไม่ให้เก้าอี้กระเด็น
แต่ผมคิดผิด เพราะมันโคตร unstable เลย แถมเวลาโค้งแต่ละทีนี่แทบจะเป็นลม
เพราะว่ามันไม่มีที่เกาะคร้าบบบบบ
ยังดีที่รอดมาได้
แถมระหว่างมาเจอช้างด้วย เลยถ่ายรูปมาฝาก
งานเช้าเสร็จสิ้น ก็ไปหาอะไรกินกันต่อดีกว่าครับ
ซึ่งงานพี่เม่นหมดไป 99% แล้วสำหรับ blog ผม
จากนี้จะเน้นที่การกินเป็นหลัก ^^
หมูบ้านยูนนานและขาหมูในตำนาน
หมู่บ้านชาวยูนนานเป็นหมู่บ้านที่อยู่ไปทางทิศเหนือของปายครับ
ก็เก๋ดีนะครับ เอาแบบวัฒนธรรมของจีนยูนนานมาผสมๆ แล้วจัดแยกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปเลย
แรกๆ ขี่รถไปเองอาจงงๆ นิดนึง
สิ่งที่ผมมาที่นี่ไม่ได้มาเที่ยวนะครับ
แต่มาเพราะเจ้าสิ่งนี้ที่เค้าร่ำลือกันว่าอร่อย
“ขาหมูยูนนาน”
เห็นพี่หลายๆ คนทั้งที่กินมาแล้วและกำลังนั่งกินกับผมชอบมากๆ
ส่วนตัวผมเฉยๆ นะ มันก็ขาหมูต้มแนวขิงๆ และใส่เครื่องเทศยูนนานแทนผงพะโล้
หรืออาจเพราะผมซัดทาร์ทและขนมอื่นๆ ในงานพี่เม่นมาเยอะไปหว่า
ส่วนเมนูอื่นๆ ก็โอเคนะครับ
โดยเฉพาะปลานึ่งเครื่องเทศอะไรซักอย่างอร่อยดี
แล้วก็มีแพะแดดเดียว มันเหมือนจะมีกลิ่นคาวๆ นิดๆ แต่ผมว่ามันมีเสน่ห์มากๆ
อร่อยดีนะ เหมาะกับการเอามาแกล้มเบียร์แล้วดูบอล
อีกอันที่หลายๆ คนติดใจมันชื่อเหลียงซานทอด
อารมณ์ประมาณเอามันเทศมาทอด
ผมว่าแรกๆ ที่ร้อนๆ ก็อร่อยดีนะ แต่กินไปกินมามันมีน้ำมันเยอะไปหน่อย
เติมพลังเต็มที่ก็ไปเดินเล่น-และไปถ่ายรูปกันครับ
เริ่มที่แรกที่ชิงช้ายูนนาน
พวกเราก็รวมกลุ่มกันชื่อ “เข็นไม่ขึ้น” ที่มีผม-วิทย์-พี่ฉัตร-พี่นัท
คิดว่าน้ำหนักตัวรวมกันไม่น่าต่ำกว่า 350 กก.
พอหมุนรอบแรกเท่านั้นแหละครับ มันเสียววาบๆๆๆๆ เลย
หมุนกันโคตรเร็ว ไหนว่าเข็นไม่ไปไม่ใช่เหรอ
แถมมีทั้ง Forward-backward เย้ยยยยยย
แล้ว safty ก็ไม่มีอย่างอื่น นอกจากมือเราทั้งสองที่เกี่ยวกันไว้
เค้ากลัวๆๆ พอแย้ววววววว
แรกๆ โคตรแมน
ตอนนี้ สาวแตกไปหมด กรี๊ดกร๊าดกรีดกราย (รูปจาก @lingjaidee)
กดที่รูปเพื่อดูรูปที่ใหญ่ขึ้น
นอกจากชิงช้านั้นแล้ว หมู่บ้านยูนนานยังได้รับการตกแต่งอย่างดี
เหมาะกับที่จะมาถ่ายรูปมากๆ
คิดว่าหน้า hi-season คนคงจะต้องเหยียบหัวกันแน่ๆ เลย
นอกจากนั้น ที่หมู่บ้านยังมีของฝากให้เลือกซื้อมากมาย
ใครสนใจก็ลองไปด้อมๆ มองๆ ได้ ราคาไม่แพงครับ
อยากบอกว่าวันนั้นแดดร้อนแรงมาก
เอาซะผมที่ตื่นเช้า ยกของและขี่รถทั้งวันหมดแรงเลยทีเดียว
เลยแอบหนีทุกคนไปนอน (ส่วนคนอื่นๆ ไปร้านกาแฟกัน)
เข้าใจว่าที่ปายร้านกาแฟเยอะคงเพราะต้องการให้นักท่องเที่ยวถ่างตาเที่ยวให้ครบแน่เลย
หนีมาเที่ยวกับเดียร์ตอนเย็น
เออ ถ้าใครยังโสด หรือทนรับรูปคู่ของผมไม่ได้ ก็หยุดอ่านซะตรงนี้ก็ได้นะครับ
แต่คุณจะพลาดสถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกในปาย
เอาน่า ไหนๆ ก็ทนผมสวีทมาตั้งเยอะแล้ว ดูๆ ให้จบไปเถอะครับ
ที่แรกครับ
หลักกิโลปายที่ 0 ครับ อยู่หน้าวัดหลวง
จากนั้นก็ไปสะพานประวัติศาสตร์ปายครับ
อยากมีรูปคู่แต่ไม่มีขาตั้งกล้อง
ก็เลยต้องวางกล้องบนพื้นถ่ายเอา
ก็ต้องหันมาถ่ายเอง
มีป้ายจากการถ่ายหนังปายอินเลิฟด้วย
ก็เลยแอบถ่ายสไตล์ iHear
ส่วนฝั่งตรงข้ามก็มีลุงบุรุษไปรษณีย์ยืนอยู่คู่กับจักรยานของแก
เดียร์ก็เลยวิ่งไปถ่ายด้วย น่ารักดีๆๆ
เหลือเวลานิดหน่อยก่อนเริ่มงานเย็น
เลยไปถนนคนเดินกัน เก็บตกของฝากเล็กๆ น้อยๆ
เดินไม่ได้มากครับ เพราะเดี๋ยวไปงานเย็นแล้ว
ขนาด Postcard ที่ซื้อมาก็ยังต้องเก็บไปเขียนแล้ว
งานเย็นที่ Pai a ars
งานเย็นก็คล้ายๆ กับ After party ยังไงอย่างนั้น
เป็นงานแบบเป็นส่วนตัว ซดแอลกอฮอล์ข้างสระน้ำ
มี Presentation เก๋ๆ, คลิปสั้นๆ แต่มันช่างกินใจ
รวมทั้งดนตรี iHear band ขับกล่อมไปเรื่อยๆ
แล้วยังมี Cup cake home made ในงานด้วย
ตัวเค้กอร่อยมากๆ ยังกะมืออาชีพทำ
มันมีความหอมปนกับความนุ่มผสมผสานและกลืนไปอย่างลงตัว
และยังมีกลิ่นไอของความอบอุ่นและห่วงใยของเพื่อนๆ วิ่งวนอยู่รอบๆ คัพเค้กชิ้นเล็กๆ อีกด้วย
เอาเป็นว่าเมากันถ้วนหน้าละครับ ส่วนนักดนตรีมิอาจเมา
ไม่ใช่ไม่กินนะครับ แต่ว่าพอมีคนกระโดดน้ำ น้ำจากสระก็ไหลเอ่อขึ้นมาท่วมเครื่องดนตรี
โดยเฉพาะวิทย์ และพี่พัชรดูตระหนกมากกว่าคนอื่นๆ เพราะต้องคุมเครื่องเสียงด้วย
แต่โดยรวมผมว่าสนุกมากๆ และเป็นงานแต่งงานที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยไปมาเลย
ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวก็ไม่พลาดการเล่นน้ำครั้งนี้
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมากนัก เพราะว่าสถานที่มันมืดมากๆ แถมผมต้องเล่นดนตรีด้วย
ตื่นเช้าไปหาอะไรกิน
แม้เมื่อคืนจะเลิกกันดึก แต่ผมก็ยังไม่พลาดตลาดเช้าที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่
จริงๆ ก็ไปเดินดูกับเดียร์แล้วไม่มีอะไรมาก เลยแวะกันที่นี่ด้วยความหิวครับ
คนเยอะมากๆ จนปลาท่องโก๋หมด
เดียร์เลยไปถอยโรตีร้านตรงข้ามมา
และแล้วมันก็มาครับ
เป็นปลาท่องโก๋ตัวเล็กๆ ต่างจากวันแรกที่ตัวบะเริ่มตัวเดียวอยู่ท้อง
แต่จุดเด่นของที่นี่คือว่า มันร้อน กรอบ และไม่เหม็นกลิ่นแอมโมเนียเลย
เพราะไม่ว่ากินปลาท่องโก๋เจ้าไหนมันก็ต้องมีกลิ่นนี้เล็กๆ บ้าง ไม่มากก็น้อย
แต่เจ้านี้ไม่มีเลย
ยิ่งได้นมข้นหวานมาจิ้มด้วย
โอ้ววว แม่เจ้า แจ่มโคตรๆๆ
เมื่อพออยู่ท้องก็ไปขับรถเล่นในเมืองอีกหน่อย
สนุกดีๆๆๆ อากาศดีๆๆๆ ไม่ร้อนด้วย
เจอวาวีแล้วคิดถึงที่อารีย์ เลยถ่ายรูปมาฝาก
แล้วก็ไปถ่ายรูปที่สะพานไม้ไผ่แถวๆ ปายในฝัน
เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำปายเล็กๆ วิวสวยดี
แอบเสียวอยู่เหมือนกัน เพราะสะพานเป็นไม้ไผ่ แอบโยกได้นิดนึง
เมื่อเที่ยวจนแดดเริ่มร้อน ก็กลับไปบ้านดีกว่า
แล้วก็มาเขียน Postcard ที่ซื้อไว้เมื่อคืนกัน
Postcard หลายใบอยู่เหมือนกันแฮะ
กลับมาก็หิวอีกแล้ว
บ่ายนี้ก่อนกลับจะไปไหนกันต่ออีก คิดไม่ออก
เพราะเท่าที่ผมเคยไปปายมาสองครั้ง มันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากๆ
จากที่ๆ เคยเป็นป่าแห้งๆ มีเสน่ห์แบบปาย ก็กลายเป็นรีสอร์ทซะเยอะ
จากเมืองเงียบๆ ก็เป็นเมืองแห่งศิลปินเก๋ (อันนี้ผมชอบนะ)
จากเป็นเมืองที่ไม่มีอะไร กลายเป็นเมืองที่มี 7-11 และอื่นๆ อีกเยอะ
จากเมืองที่เป็นบ้านไม้ ก็กลายเป็นบ้านปูนเยอะๆ ดีที่ยังไม่มีตึกสูงประหลาด
แม้ว่ามาปายกี่ครั้ง ผมก็ยังอยากให้ปายเหมือนปายในวันแรกที่มา เงียบและสงบ
ผมคงหยุดวันเวลาไว้ไม่ได้หรอก อะไรที่เป็นไปก็ควรเป็นไป
ผมคงทำได้แค่เก็บความทรงจำดีๆ ไว้แค่นั้น
คำเชิญแห่งร้านกาแฟ
และแล้วพี่แบงค์ วิทย์ และสมาคมแม่บ้าน iHear จึงให้คำแนะนำกับผมว่า
“เนี่ย.. มันมีร้านกาแฟน่านั่งมากเลยนะ เก้าอี้นั่งสบายมากๆ”
“ใช่ๆๆ ร้านก็แต่งสวยมากเลย มีงานศัลปะเต็มไปหมด”
“เจ้าของร้านเค้าเป็น creative โหเนี่ย ตั้งใจทำกาแฟมากๆ เลย”
เออ พี่ครับ ผมไปตั้งแต่พี่ๆ บอกชื่อร้านผมแล้วครับ
ร้านนั้นคือ “All about coffee”
ร้านนี้ตั้งอยู่แถวๆ ถนนคนเดินครับ แถวๆ ย่านที่ขาย postcard เยอะๆๆ
พอเข้ามาถึงก็ดูตื่นตาตื่นใจมากๆ
ดังสรรพคุณที่ทุกท่านกล่าวอ้างมา
ส่วนตัวผมชอบ style การตกแต่งร้านเอาเสียมากๆ
มันอบอุ่น ดูดี และเป็นกันเอง แต่ก็ยังไม่พลาดความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
มาแล้ว กาแฟนัวร์และโกโก้ปั่น
ส่วนขนมก็มีบราวนี่ย์ฟัดจ์พร้อมกับวิพครีม
ผมว่ารสชาติปานกลาง แถมแอบแข็งไปนิดนึง
แล้วก็มีพายบลูเบอร์รี่
ของคาวก็มีไข่กระทะ
อันนี้อร่อยดี เพราะเค้าเลือกใช้วัตถุดิบที่ดี ทอดได้เข้าที่มากๆ
แต่แอบแพงไปนิดนึง
นอกจากนั้นผมกับเดียร์ก็ยังได้ postcard สวยๆ เพิ่มเติม
เพราะเมื่อเช้าที่เขียนไปตอนแรกเหมือนจะซื้อมาเกิน แต่สุดท้าย ไม่พอซะงั้น
โดย postcard ที่นี่เป็นเอกลักษณ์ที่เป็นของร้านเอง เก๋ๆๆๆ
ส่วนน้องกล้าจังก็ยังอินกับความเป็นบร๊ะเจ้า
แม้จะนั่งจิบกาแฟ ก็ยังเป็นบร๊ะเจ้าได้
มาวาวีคราวหน้าแนะนำให้ร้องเพลงโซคูลไปเลยนะไอ้น้อง
และนอกจาก postcard แล้ว ผมกับเดียร์ก็มีเสื้อคู่ด้วย
ได้มาจากร้าน all about coffee นั่นแหละ น่ารักดีนะ
สุดท้าย…
เราก็มีเสื้อคู่กันหมดทั้งผม-เดียร์, วิทย์-กิฟท์, พี่แบงค์-พี่ปุ๋ย
อันเป็นหลักฐานชั้นเลิศในการบอกว่าใครคู่กับใคร
ไหนๆ ก็ถ่ายรูปสมาคมแม่บ้านก่อนที่จะลงไปเชียงใหม่และกทม. ตามลำดับ
จากนั้นเราก็ไปหาหมูสะเต๊ะและข้าวเที่ยงกินก่อนที่ลงไปเชียงใหม่
เมื่อถึงเวลา 1530 น อันเป็นฤกษ์เดินทางกลับเชียงใหม่ ทุกคนพร้อม ล้อรถตู้หมุน
ระหว่างทางมีอ้วกและเกือบอ้วกไปหลายคน เพราะขาลงรถมันขับเร็วกว่าขาขึ้นนัก
ส่วนตัวผมชิลๆ นะ ไม่มึนไม่อะไรมาก
ซึ่งพอถึงเชียงใหม่ @ajbomb และคณะชาว #twitcm ก็พาไปกินอาหารเมืองที่ร้านบ้านสวนแกงร้อนกัน
ผมก็เจออาหารเมืองที่ผมไม่ได้กินมานานแล้ว เพราะมัวแต่กิน tonkatsu !!!
ทั้งไข่มดแดง ฮังเล น้ำพริกหนุ่ม ฯลฯ
แถมยังแวะร้านไมโลดิบแถวนิมมานฯ เจอสาวๆ น่ารักเพียบ
ผมเลยต้องเป็นนกต่อให้คนอื่นๆ ถ่ายรูปซะเยอะเลย ฮื่มๆๆๆๆๆ
แต่ผมไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะเมม 1 gb เต็มแล้ว
จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง
หมดเวลาสำหรับการรวมตัวเฉพาะกิจแล้ว
ช่วงเวลาสุขของผมกับปายมันช่างสั้นจริงๆ
หวังว่าผมจะได้ไปเจอปาย เมืองอันเป็นที่รักอีกครั้ง ในสภาพไม่ต่างจากเดิมมาก
สุดท้าย
รูปนี้ผมฝากให้พี่เม่นละกันครับ
อาจงงๆ แต่ลองดูที่ชื่อรูปละกันครับ
สุดท้ายของสุดท้าย
ขออวยพรให้พี่เม่นและพี่จี้รักกันนานๆ มีความสุขในทุกๆ ที่ที่ไปอยู่
สุขภาพร่างกายแข็งแรง ดูแลกันนานๆ มีลูกเร็วๆ ด้วย
ร้าน Sweet and Mellow ก็เติบโตด้วยดี
แล้วเราคงได้พบกัน ไม่ที่ปายก็ที่นี่นะครับ
และติดตามการเดินทางของความรักและชีวิตของทั้งคู่ต่อได้ที่
http://www.sweetandmellow.com/
“การแต่งงานเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น แต่การใช้ชีวิตคู่ด้วยความสุขและความรักอย่างยืนยาวต่างหากคือความสำเร็จในชีวิตคู่, บิ๊กโอสู่อินฟินิตี้สินะ” — tongkatsu






















































































สนุกมากมาย อิอิ
บระจ้าวววววววว
คนแรก เย้! 555
รูปในงานถ่ายมาสวยมากเลย
อ่อ รูปอื่นๆ ก็สวยจ้ะ
ดูๆ แล้วเหมือนไปเที่ยวเลยเนอะ กร๊ากกกก
ป.ล.อยากได้กล้องรูปตงๆๆ ><
มาขำตรงรูปสุดท้ายนี่แหละ กักกักกัก
สุดยอดครับ ตามมาดูรูป #สาวแตก โดยเฉพาะเลย
ขอบคุณมากครับสำหรับรีวิวสนุกๆ
ชุดเจ้าสาวน่ารักมากกใส่รองเท้าบูทด้วยอะ
แล้วเมื่อไหร่ เจ้าของบล็อกจะมีงานแต่งแบบนี้บ้างล่ะคะ
ใจเย็นคร้าบบบ ยังเรียนไม่จบเลย
บรรยากาศสุดยอดมาก เป็นงานแต่งงานที่โรแมนติก และอบอวลไปด้วยความรักจากคู่รักและเพื่อนบ่าวสาวจริงๆเลย
เจ้าบ่าวเจ้าสาวแต่งตัวน่ารักมากก ^__^
ฮ่า ๆ ยังอยู๋หลังกระบะถ่ายช้างได้อีกนะ สงกรานต์กลับมาไม๊เนี่ยหมอตง
โอ๊ยยยเห็นแล้วอยากแต่งงานจัง =_=!
ซึ้งใจด้วยยยย
ขอบคุณน้องตงมากๆ เลยครับที่มาถึงปายนี้ ดีใจที่ไปพบ iHear Full Team ขนาดนี้
มีงานแต่งเมื่อไหร่บอกนะ พี่จะไป!
นู๋ไม่เคยตื่นเช้า นุ๋อดกินนนน ปาโก๋ TT มันน่ากินมาก
สนุกดีจัง หลายอันไม่ได้กินครับท่าน รีบๆ ไปหมด งานนี้
รูปเยอะมาก
เอ่ะ หรือว่าพี่ตงกะพี่เดียร์ จะเป็นคู่ต่อไป ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
เห็นพายแล้วอยากกินชะมัดเลย
ขอให้คุณเม่น กับคุณแองจี้มีความสุขกันตราบนานเท่านาน
ขอบคุณพี่ทงคัตสึที่เก็บอะไรน่าประทับใจมาฝากค่ะ