เป็น Igniter ในงาน Ignite Bangkok วันแรกมาด้วย

งาน Ignite Bangkok วันแรกมีอะไรมากกว่าที่ผมคิดนะ
และมันเหมือนอะไรบันดาลให้ผมได้พูดในงาน Ignite Bangkok ครั้งนี้เสียเหลือเกิน

การเดินทางของ igniter ของผม

หลังจากที่ผมเขียนเล่าเรื่องราวและประชาสัมพันธ์งาน Ignite Bangkok ไปใน blog ผม
ผมก็รู้สึกนิดๆ ว่าอยากพูด แต่ไม่รู้เอาเรื่องอะไรดี
จะพูดเอาสนุก หรือเอาเครียดดี แถมจะสอบด้วย จะทำ slide ทันไหมเนี่ยยยยย
เอาว่า ไปลงชื่อไปฟังก่อนดีกว่า

Ignite Bangkok

หลังจากลงชื่อไปหลายวัน เรื่องอยากพูดก็ลืมๆ ไป เพราะต้องไปงานแต่งงานพี่เม่นที่ปาย
จนระหว่างนั่งรถตู้กลับมากรุงเทพฯ พี่พัชรก็ถามว่าไม่พูดเหรอ
“ถ้าเป็น @tongkatsu ก็ต้องพูด tonkatsu สิ”
เอ่อ มันยังมีหัวข้อนี้ด้วยนี่นา เรามัวแต่เครียดจะพูดเรื่องชีวิตนักเรียนแพทย์มาตลอด แล้วก็พบทางตันทุกที
โอเค งั้นติดต่อทางผู้จัดแล้วกันว่าเราจัเปลี่ยนสถานะเป็น igniter ดีกว่า

เมื่อตั้งใจจะเป็นคนพูดแล้ว

ผมก็ติดต่อไปทางเจ้าหน้าที่ผู้จัดในวันจันทร์ว่าผมอยากเป็น igniter แต่สามารถพูดในวันที่ 3 เท่านั้น

จนได้คำตอบคอนเฟิร์มจากเจ้าหน้าที่ว่าเป็นเราได้เป็นตัวสำรองนะ
ผมคิดนานมากๆ ว่าจะพูดดีไหม เพราะนี่ต้องเสียเวลานั่งทำ powerpoint อีก แต่ก็ตอบคอนเฟิร์มไปก่อนว่าโอเคๆๆ
แต่จริงๆ แทบไม่ได้ทำอะไรเลยpowerpoint ก็ทำได้แค่เลือกๆ รูปนิดๆ พิมพ์หน่อยๆ อารมณ์เซ็งๆ

เหตุเพราะ “ชีวิตมันยังไม่ ignite พอ”

เมื่อทุกอย่างต้องการให้ผมพูด

มันเหมือนอะไรที่ลงตัวมากๆ
เริ่มตั้งแต่ตอนเช้าวันที่ 3 มีนาคม ที่อยู่ดีๆ ก็แบก Notebook ไปติวด้วยและก็ทำ powerpoint บน taxi ระหว่างไปติวที่รพ.จุฬาฯ ซึ่งปกติ ผมจะไม่ชอบทำงานบนรถเท่าไหร่
ดูขยันแต่มันก็ทำได้ไม่มากหรอก ซัก 20% เอารูปที่มีมาเรียงมั่วๆ ก่อน

จนตอนสายๆ ใกล้ๆ เที่ยง ก็มี mention นี้มา

ได้เป็นตัวจริงแล้ว!!!

จากนั้นผมก็กด reply กลับอย่างรวดเร็วว่า “ตกลงครับ”
พูดตรงๆ ว่าไม่ได้คิดเลย แค่อยากพูดในงานเท่านั้น โดยผมได้เป็นลำดับสุดท้ายของ igniter

และแล้ว คุณพี่เจ้าหน้าที่ก็ตอบมาเร่งสไลด์ให้ส่งภายในก่อนเที่ยง ซึ่งต่อรองสุดๆ ได้ก่อนบ่ายสอง
“ก่อนบ่ายสอง!!!!!!!!”
ทีนี้มานั่งเครียดสิ powerpoint ที่มีทุนเดิมแค่ 20% ถ้าจะทำอีก 80% ชั่วโมงเดียวไม่เสร็จแน่ๆ
ไหงจะมีติวอีก จะเลือกทางไหนดี เรียนก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่เราก็ต้องพูดเย็นนี้ ว้ากกกกกก!!!

และแล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็บันดาลให้ผมได้ทำ presentation เพราะอาจารย์จะมาเลทชั่วโมงนึง
ดังนั้น 1200-1400 น จึงเป็นเวลา “Ignite” ตัว powerpoint ของผมนั่นเอง
และแล้วผมก็ส่ง presentation ตอน 1357 น ไม่มีตรวจทาน ไม่มีซ้อมใดๆเพราะต้องไปเรียนต่อ
(ปล – เรียนก็แอบหลับ เพราะเหนื่อยจากการทำ powerpoint อ่า)

พอเรียนเสร็จก็รีบแล่นไป Emporium เลยละกันนะ

และแล้วก็ลุยไป TCDC กัน

ผมมั่นใจมากๆ ว่าเป็นผู้เข้าร่วมงานคนแรกๆ ที่มางานนี้
เพราะมาตั้งแต่ 1600 น กว่าๆ โต๊ะจัดงานยังไม่ตั้งเลย

เจ้าหน้าที่กำลังตั้งโต๊ะจัดของอยู่

แอบไปช่วยเค้านิดหน่อย
แต่ช่วยไปช่วยมาเหมือนไปกวนเค้ามากกว่า -_-a
งั้นหนีไปหาอะไรกินแทนละกันนะ

ฝูงป้ายชื่อ ignite

แว๊บมาอีกที คนเริ่มเยอะแล้วแฮะ
แถมคราวนี้จัดงานในห้อง Auditorium ของ TCDC ซึ่งเป็นห้องสมุด จึงมีข้อกำหนดค่อนข้างมาก เช่น การนำกระเป๋าทึบที่มีขนาดใหญ่กว่า A4 เข้าไป, การนำอาหารเข้าไปทานข้างใน หรือแม้แต่การส่งเสียงดังก็ยังต้องระวัง
ส่วนคนที่มาต้องไป Regist ตัวเองในเวปก่อน จึงจะมีสิทธิ์ในการเข้าฟัง เพราะมีการจำกัดจำนวนคนในห้องด้วย

พี่เอ๋อติวเข้ม
คนมาลงทะเบียนเริ่มเยอะ

เมื่อถึงเวลาประมาณ 1800 น ก็ถึงเวลาเข้าห้องแล้วววววว
แอบตื่นเต้นนนนนนน

ในห้อง Auditorium

พอเข้ามาก็เห็นผู้คนมากมาย ที่แอบตื่นเต้นก็เลยตื่นเต้นจริงๆ เลย
“โห คนจะมาฟังเราเยอะแบบนี้เลยเหรอวะเนี่ยยยยย เราไร้สาระนะ!!!”

บรรยากาศในห้อง Auditorium

จนถึงเวลาอันเป็นมงคลฤกษ์ พี่เอ๋อ เจ้าหน้าที่ และสปอนเซอร์ต่างๆ ก็มากล่าวเปิดงาน

กล่าวเปิดงาน

ถึงเวลาพูดแล้ว เริ่มที่คุณปอนด์ก่อน จากนั้นก็คนที่สอง คนที่สาม คนที่สี่ ไปเรื่อยๆ…
แต่ละคุณพูดเก่งๆ ทั้งนั้น สุดยอดมากๆ
ไม่เชื่อดูคนฟังสิ เค้าได้ทั้งความสนุกและการสร้างแรงจูงใจด้วย เก่งจัง
ตอนนั้นแอบหวั่นๆ และประหม่า แต่ก็คิดว่า
“ถ้าวันนี้ไม่ได้พูด ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พูด อย่างน้อยชาตินี้ก็ครั้งนึง โอกาสมาแล้ว ลุยมันซะ อย่าตื่นเต้ลลลล!!!”

ผู้เข้าฟังดูสนุกมากๆ

พี่พัชรผู้สร้างแรงบันดาลใจกับผมในครั้งนี้
พูดเรื่อง iHear, และวงดนตรีและงานแต่งงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่พี่แกถนัดมากๆ แต่ครั้งนี้มาแบบมีเวลามาบีบด้วย

พี่พัชร หรือ @ipattt แห่ง iHear

แต่ส่วนตัวฟังมา 19 คน ผมชอบคุณณัฐ ประกอบสันติสุข มากที่สุด
อาจเป็นเพราะการถ่ายภาพของพี่เค้าเป็นการใช้ฝีมือจริงๆ เป็นช่างภาพมากกว่าคนเล่นกล้อง
“เทคนิคไม่สำคัญเท่ากับบริบท” ประทับใจมากๆๆ

ณัฐ ประกอบสันติสุข ในหัวข้อ Are we machines?

รวมทั้งต้องขอบคุณพี่น้องชาว twitter ที่ส่ง mentions มาให้กำลังใจผมเยอะมากๆ
เอาจากที่หายตื่นเต้น(จากที่จะต้องไปพูด) มาตื่นเต้นอีก(ดีใจที่มีคนส่งมาให้)

และแล้วก็ถึงตาผมพูด

หัวข้อวันนี้ของผมที่มาพูดคือ “Live Review : tonkatsu by @tongkatsu”
ยอมรับกันตรงๆ ว่าผมอาจหลุด Concept ของ ignite ไป
แต่จังหวะนั้น พอผมจับไมโครโฟน มอง Slide ที่ทำมา และเริ่มพูด
“มันพูดไม่ทันแฮะ”
และแล้ว ผมก็ได้เปิดสปีดแรพมา คิดว่า Tempo น่าจะ 300 ขึ้นไป
(ขอบคุณรูปจาก @macroart )

Live Review : tonkatsu by @tongkatsu

จังหวะนั้นพูดตรงๆ ว่าผมพูดไปเรื่อยๆ ตามประสบการณ์ที่ผมเจอมาเองจริงๆ ไม่ต้องคิดเลย พูดให้ทัน มีอะไรที่มัน strike ในหัวเราตอนนั้นพูดออกมาให้หมด มันพูดออกมาเองเรื่อยๆ เหมือนหลุดไปในภวังค์แห่งหมูทอด สนุกดี แต่เหนื่อยมากๆ เพราะพูดเร็วจี๋ แทบจะไม่หายใจ หลายคนทักว่าผมหายใจตอนไหนเหรอ อืมมมม นั่นสินะ ตอนไหนล่ะ!!!

ห้านาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก จบแล้ว ทุกคนปรบมือมากมาย
ผลตอบรับดีกว่าที่ผมคิดนะ มีทั้งติและชม ก็น้อมรับทุกคำชี้แนะ
รวมทั้งได้รู้จักใครๆ หลายๆ คนเพิ่มขึ้นใน twitter และหวังว่าเค้าคงรู้จักผมเพิ่มขึ้นด้วย
ทั้งเห็นหน้าค่าตา, ใน twitter และใน blog ของผม
รู้สึกคุ้มค่ามากๆ ที่ได้มาพูดในครั้งนี้ ต้องขอบคุณ Staff และ Sponsors ที่จัดงานจริงๆ

ที่สำคัญเอาผมมาปิดท้าย ทำให้หิวกันถ้วนหน้า 555+ ไปกินกันเถอะ