เกือบไปแล้วไหมเรา…จงระวังไว้ให้ดี

อันนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจอีก Entry นึงนะครับ
ผมเคยเห็นเรื่องราวแบบนี้ในข่าวมาก็มาก แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับตัว
มันมาเป็นขบวนการ ทำกันเป็นทีม วางแผนกันอย่างดีครับ
ลองฟังเหตุการณ์ที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ ยาวนิดนึงแต่สนุก และเป็นอะไรที่เป็นประโยชน์ครับ
(ถ้ามีคำหยาบขออภัยครับ จังหวะนั้นอารมณ์แบบนั้นจริงๆ)

เรื่องราวมันคืออะไร

คือวันนี้ขณะที่ผมกินข้าวอยู่ก็มีโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติโทรเข้ามา (ไม่โชว์เบอร์)
บอกว่า (เป็นโทรศัพท์อัตโนมัตินะครับ)
“คุณติดหนี้บัตรเครดิต ธ. สีเขียว (ขออนุญาติไม่เอ่ยชื่อ) กรุณาชำระด้วย วางสายกด 1 คุยกับโอเปอเรเตอร์กด 9”
เหยดดดดด กูไปทำบัตรเครดิตเมื่อไหร่วะ เรียนอยู่ว่ะเฮ้ยยยยยยย
ผมว่าร้อยละเก้าสิบ ยังไงก็ต้องกด 9 ใช่ปะครับ และผมก็เป็นหนึ่งในเก้าสิบนั้น

พอกด 9 ปุ๊บ ผมก็ถูกโอนสายไปหา ญ คนนึง (จำชื่อไม่ได้)
โดยอ้างตนว่าเป็นพนักงานฝ่ายบริการลูกค้าของธนาคารแห่งนั้น
พอเราบอกว่ามีโทรศัพท์อัตโนมัติบอกว่าเราไปเป็นหนี้ เค้าก็ขอชื่อและเลขที่บัตรประชาชน
สรุปใจความสำคัญว่าผมไปติดหนี้บัตรเครดิตเค้าสามหมื่นหก
“สามหมื่นหก!!!!” เหยยดดดดด เงินเดือนหกพัน แค่จอ iphone สองพันยังเครียดไปสามสี่วัน
โดยชื่อผมถูกแอบอ้างไปเปิดบัญชีที่สาขาสุทธิสาร เงินใช้ไปที่เดอะมอลล์บางกะปิ
“ห่านละ!!! สุทธิสาร-บางกะปิ ไม่ใช่ที่ของกรูเล๊ยยยยยยยย”
แน่ครับ เราก็ต้องบอกว่าเราไม่ได้ไป ไม่ได้ทำ เราโดนแอบอ้าง ปลอมแปลงเอกสาร ฯลฯ
เค้าก็พยายามซักว่าเราไปทำบัตรประชาชนหาย หรือเอาไปให้ใครยืมหรือเปล่า…

สุดท้าย เค้าก็บอกว่าถ้าแบบนี้ เดี๋ยวเค้าจะส่งเรื่องไปให้ตำรวจ ให้เราให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่
เดี๋ยวเค้าจะให้ตำรวจติดต่อกลับนะครับ

แล้วผมรู้สึกไงบ้าง

พูดตรงๆ ว่าตกใจและ panic มากๆ ตอนนั้นกินข้าวอยู่นี่เครียดไปเลย
และก็กำลังย้อนคิดว่าเราไปเอาบัตรไปให้ใครยืมหรือเปล่าวะ
หรือว่าไป Xerox บัตรประชาชนไปให้แบบไม่มีเซนต์ทับหรือเปล่านะ
โอย ถ้าเรื่องถึงตำรวจ เราก็ต้องไปโรงพัก เสียเวลาสาดดดดด เฮ้ออออออ
โอยยยย เครียดครับนะจังหวะนั้น ตลกไม่ออกจริงๆ กินบุฟเฟ่ต์ไม่ลงเลย เสียดายๆ

พูดตรงๆ ว่าผมรอโทรศัพท์ของตำรวจครับ

และแล้วตำรวจก็โทรมา…

อีกซัก 10 นาทีตำรวจก็โทรมาครับ (เบอร์ unknown) จำไม่ผิดยศร้อยตรีครับ ทำงานกับ DSI
เค้าก็บอกว่าตะกี้มีทางเจ้าหน้าที่ของธนาคารดังกล่าว fax ข้อมูลมาเรื่องที่เราติดหนี้บัตรเครดิต
แน่ครับ เราก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ บลาๆๆๆๆๆ…..
พอพูดเสร็จ เค้าบอกว่าเดี๋ยวเค้าจะอัดเสียงที่เราสนทนา …. แปลว่ากูต้องพูดอีกรอบใช่มะ…
(อยากบอกว่าเสียงที่อัดเหมือนกับกด * บนแป้นโทรศัพท์เลย)

โอเค เพื่อเงินที่เราถูกโกงไปสามหมื่นหก เล่าก็เล่นที่มาตั้งแต่ต้นอีกที ตั้งแต่พนักงานโทรมา…
เค้าก็บอกว่าเค้าเจอเรื่องแบบนี้ต่อวันเยอะมาก วันนึงเป็นสิบๆ ราย เคลียร์กันไม่หมดซักที
แล้วเค้าก็ขอตรวจสอบเรานิดนึง นิดนึงจริงๆ เพราะอีกแป๊บนึงเค้าบอกว่าเรามีของธนาคารสีส้ม (ขออนุญาติไม่เอ่ยชื่อ) ด้วย
“เฮ้ยยยย สาดดดด อะไรมันมากมายวะ โอย นี่กรูโดนไปกี่ดอกเนี่ย… เครียด”
เพราะทางธนาคารสีส้ม ก็กำลังจะส่งเรื่องมาเช่นกัน แล้วเดี๋ยวผมขอตรวจสอบรายละเอียดเพิ่ม

ระหว่างรอ เค้าก็ถามว่าผมมีบัญชีธนาคารอื่นอีกไหม
ผมก็บอกว่ามีครับ มีสีม่วงกะสีน้ำเงิน เอามาทำไมก็บอกเค้าไปหมด (จังหวะนั้นเครียดมาก)
เค้าบอกว่าอาจต้องมีการอายัติบัญชีอื่นๆ ด้วยถ้ามีปัญหานะครับ
แล้วเค้าก็ถามแต่ละบัญชีมีเท่าไหร่ ผมก็บอกตามจริง (รวมกันพันนึง ตังหมดตั้งแต่อยู่ปายละ)
“ห่านนนน!!! แล้วกูจะเอาเงินที่ไหนใช้วะ ค่าเทอมจะจ่ายยังไง เอ้วววว”

ทีนี้ผมก็ต่อรองครับว่าไม่อายัติซักอันได้หรือเปล่า เพราะธนาคารสีม่วงผมต้องใช้จ่ายค่าเทอม
และแล้วเค้าก็มาพร้อมกับบอกว่าบัญชีธนาคารสีเขียวมีเงินหมุนเวียนด้วย ประมาณสองแสน
โดยบัญชีเปิดตั้งแต่ 21 มกราคม 2553 แล้วนะครับ (เฮ้ยยยย นานขนาดนั้น)
ซึ่งถ้าถึงจุดๆ นี้จะผิดกฏหมาย…(ฟังไม่ทันแต่ประมาณกฏหมายระหว่างประเทศ) มาตรา….(ฟังไม่ทัน)
สุดท้ายคือ กูเข้าข่ายฟอกเงินแล้ว ต้องไปคุยกับสารวัตแล้ว คดีคุณใหญ่มาก ผมคงรับในจุดนี้ไม่ไหวแล้ว
“เหยยยดดดดเข้ กูกลายเป็นผู้ต้องหา กูต้องไปโรงพัก ออกหนังสือพิมพ์
พ่อแม่กู การเรียนกู อนาคตกู คุกๆๆๆๆ หนี้ๆๆๆๆ โอววววว ม่ายยยย…”

สุดท้าย ถ้าถึงระดับสารวัตแล้ว เค้าก็เหมือนแนะนำว่าลองขอให้ท่านช่วยดู

“เดี๋ยวผมจะยื่นเรื่องให้สารวัตนะครับ ทำสายของคุณให้ว่างไว้นะครับ”
และนั่นคือคำพูดสุดท้ายของายที่รับบทตำรวจคนแรก

การรอคอยที่แสนสั้น

ปกติถ้าระดับสารวัตเรียกว่าต้องติดต่อกันแทบตาย แถมรอกันข้ามปีกันเลยทีเดียว
แต่นี่ อีกสิบนาที สารวัตโทรมา “เฮ้ยยยย เร็วเว้ย ตำรวจไทย” แต่ขึ้น unknown number

“สวัสดีครับ ผมพันตำรวจโท…(จำไม่ได้) …. ” สรุปคล้ายๆ เค้าทำที่ DSI ครับ
เค้าคุยกับผมเยอะและนานมากๆ แต่สรุปใจความหลักๆ ว่า
ตอนนี้เรารับเรื่องคุณไว้แล้ว อย่าไปบอกใคร เพราะบอกไปแล้วจับไม่ได้ซักที ให้เงียบไว้
(กูไม่เงียบหรอก กูทวีต หรือไม่ก็ลง blog โวยวายอยู่แล้ว)
เอางี้ครับผมจำเป็นต้องอายัติบัญชีคุณอื่นๆ ไว้ด้วย ซึ่งผมก็ต่อรองว่าเปิดซักอันนึงได้ไหม
เค้าก็โอเคครับ แต่ต้องอายัติบัญชีอื่นๆ ไว้ทั้งหมดก่อน โดยการ…
เอาบัตร ATM เราไปใส่ตู้ธนาคารอะไรก็ได้แล้วใส่รหัส DSI ของเค้า
“อี่นี่ แหม่งๆ เว้ย เด๊๋ยวนี้การอายัติเราทำผ่านตู้ ATM เหรอวะ”

“น้องรู้ภาษาอังกฤษใช่ไหม น้องต้องเอาบัตรน้องใส่ตู้นะ สะดวกใช่ไหม…”
“เอ่อ…รู้ครับ แต่ตอนนี้ผมอยู่ข้างนอกครับ อีกซักช่วงนึงถึงทำได้ครับ”
“นานไหม”
“(ทำไมต้องเร่งกูวะ) อีกครึ่งชั่วโมงครับ”
“โอเค เดี๋ยวน้องรีบเลยนะ ไปหาตู้ใกล้สุดเลย แล้วรีบทำตามที่ผมบอก เดี๋ยวผมถือสายรอ
ไม่ต้องห่วงน้อง เดี๋ยวผมจับสัญญาณมือถือแล้วระบุที่อยู่น้องได้เลย ตู้ธนาคารอะไรก็ได้”
“(สัด นี่จริงหรือเล่นเนี่ย แล้วนี่มึงดูหนังมากไปปะ มันคงระบุกูได้แค่ cell site นะ) รอก่อนนะครับ”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมถือสายรอ เร็วนะครับ”

ห่าน กูเชื่อมึงก็โง่แล้ว
แต่ถ้าติดหนี้จริงละ เราจะทิ้งขอนไม้ไปเหรอ

ความโชคดีในโชคร้าย

คือผมอยู่ที่ห้างน่ะครับ
ผมเลยฝากมือถือแฟนแล้วเดินเข้าไปถามที่ธนาคารสีเขียว
(ปล่อยแม่มรอสายไป…)
แค่เล่าให้ฟังสามประโยค เค้าก็บอกเลยว่านั่นเป็นแก๊งส์ต้มตุ๋นข้ามชาติ
ขนาดตัวเจ้าหน้าที่เองยังโดนมาแล้วตั้งสองครั้งเลย
เดือนๆ ธนาคารนึงเค้าเจอหลายครั้งมากๆ ยอดความเสียหายก็หลักล้านบาท
เคยหาทางกับตำรวจแล้ว แต่ที่จับได้ก็พวกหางๆ แต่หัวๆ อยู่ต่างประเทศ
กลุ่มนี้เค้ามืออาชีพมาก วันๆ นึงเค้าทำแบบนี้เป็นร้อยครั้งเลย สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง
(คิดดู เงินพันเดียวมันยังเอาเลย)
อีกอย่างถ้าธนาคารโทรก็จะขึ้นเบอร์ด้วย และ call center ของธนาคารสีเขียวไม่มีกด 9 ค่ะ

และเพื่อความสบายใจ เจ้าหน้าที่ธนาคารเลยตรวจสอบเงินให้ผม
ซึ่งหลังการตรวจสอบ ผมก็ไม่มีหนี้สินหรืออะไรแต่อย่างใด เย้ๆๆๆๆ
บัญชีที่เค้าอ้างถึงก็ไม่มีในสารบบจริง อะไรก็ไม่รู้ ฮู้ๆๆๆๆ

อีกฟากผมพยายามวิ่งไปหาแฟนที่ถือมือถือไว้ หวังว่าจะได้คุยกับสารวัตอีก
แต่ปรากฏว่าเค้าวางสายไปแล้ว (รอผมเกือบ 15 นาทีได้) อดเลย กะจะเล่นอะไรซักหน่อย
ไว้คราวหน้าโทรมาค่อยเล่นละกัน ฮึ่มๆๆๆๆ

การป้องกันไม่ให้เราโดน

ส่วนตัวผมว่ายากเหมือนกัน เพราะจังหวะแรกที่เค้าเข้ามาหาเนี่ยมันเนียนมากๆ
และยิ่งเค้าทำให้เราตกใจไปเรื่อยๆ ดูว่าภาระมันเยอะๆๆ ขึ้นเรื่อยๆ
ดูว่าเป็นเรื่องใหญ่ จนต้องพึ่งพาเค้าได้แค่คนเดียวเท่านั้น ห้ามไปแพร่งพรายหรือบอกใคร
จุดนี้ถ้าเราประคองสติไว้ ค่อยๆ คิด อย่าเพิ่งไปเชื่อเค้าทั้งหมด เราก็จะค่อยๆ เจอจุดที่น่าคิด เช่น ทำไมไม่โชว์เบอร์มา, ทำไมติดต่อเร็วจังโดยเฉพาะสารวัต, ทำไมไม่ให้ไปโรงพัก, ทำไมระบุสัญญาณจากตู้มันแม่นนัก, ทำไมมันต้องรอสายเราขนาดนั้น, ทำไมอยากรู้บัญชีอื่นๆ ของเรา, ทำไมถึงห้ามเราไม่ให้บอกใคร และสุดท้าย ทำไมทุกอย่างต้องจบที่ตู้ ATM ด้วยภาษาอังกฤษ

สิ่งที่ดีที่สุดที่เราพอทำได้คืออย่าให้เบอร์ติดต่อเราถ้าไม่จำเป็นครับ
โดยเฉพาะทาง internet หรือ social media ต่างๆ เช่น facebook หรือ twitter ก็ตาม
รวมทั้งระมัดระวังการใช้เอกสารสำคัญของเรา ทั้งตัวจริงและสำเนาด้วย
ถ้าหายหรือมีปัญหาอะไรไปแจ้งเจ้าหน้าที่ดีกว่า เสียเวลานิดหน่อยแต่ปัญหาที่ย้อนมามันน้อยกว่า
และถ้าเจอเหตุการณ์จริงๆ ก็ต้องใจเย็นๆ ครับ
หาทางค่อยๆ ตรวจสอบเรื่องราวกับของจริง อย่างเพิ่งตระหนก (จริงๆ ทำไม่ได้หรอก)
หาคนช่วยถ้ามีแถวนั้น เช่นตำรวจ แต่คงไม่ทันหรอกนะ
ถ้าเป็นไปได้พยายามอัดเสียงไว้ก็ดี เผื่อเป็นหลักฐาน (อัดไม่ทัน T T)

อย่างน้อยผมอาจทำอะไรไม่ได้มาก นอกจาก Panic ไปครึ่งชั่วโมง
แต่อย่างน้อยผมก็รู้สึกดีที่แบ่งปันเรื่องราว แม้จะยาวไปหน่อย แต่ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะครับ