Saboten ซาโบเตน

ร้าน tonkatsu อีกร้านที่มีชื่อเสียงมากๆ และคนเยอะมากๆ
เดินผ่านหน้าร้านเมื่อไหร่ก็เห็นคนเต็มตลอดเวลา

เหตุไม่ใช่แค่เพียงว่าเป็นร้านที่เดินทางได้สะดวกเพราะอยู่ใจกลางเมือง
แต่คุณภาพของอาหารก็ไม่เคยลดลงไปด้วย แม้คนจะเยอะแค่ไหนก็ตาม

หน้าร้านซาโบเตน Saboten

ใช่ครับ ร้านนั้นคือ Saboten นั่นเอง

ข้อมูลร้านเบื้องต้น

Saboten จากพจนานุกรมมันแปลว่ากระบองเพชรนะ แต่ผมไม่รู้ว่ามันเกี่ยวอะไรกับร้านเหมือนกัน

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 ห้าง Central World Plaza ฝั่ง Isetan
โดยร้านนี้อยู่ใกล้ๆ กับร้านหนังสือ Kinokuniya ครับ หาไม่ยากครับ
เพราะถ้าไปช่วงเที่ยงๆ หรือเย็นๆ คนจะเยอะมาก และล้นออกมาหน้าร้านเป็นประจำ

หน้าร้านซาโบเทน saboten คนเยอะแทบจะตลอดเวลา

เป็นร้านห้องเดียว แต่ใหญ่ๆ หน่อยๆ มีพนักงานมาคอยต้อนรับ (หลังๆ กลายเป็นจัดคิวมากกว่า) หน้าร้าน
ถ้าสั่งอาหารชุด เราสามารถเติมข้าว กะหล่ำซอย มิโสะ และชาเขียวได้เรื่อยๆ

ร้านเปิดประมาณ 1030 – 2100 น. นะครับ
ไม่มีพักช่วงบ่ายๆ เหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นอีกหลายๆ ร้าน

บรรยากาศก่อนที่อาหารมา

หลังจากต่อคิวและฝ่าฝูงชนมาได้ ก็ได้ที่นั่ง พร้อมกับชาเขียวเย็นครับ
ผมชอบชาเขียวที่นี่นะ ผมว่ารสมันเหมือนสาหร่ายเถ้าแก่น้อยนะ สดชื่นดีๆ

ชาเขียวเย็น saboten ซาโบเตน

ร้านนี้หลักๆ จะขายพวกของทอดเป็นหลักนะครับ
นอกจากชุดหมูทอด tonkatsu แล้วยังมีอีกหลายอย่างที่อร่อยมากๆ ครับ

มาดูบนโต๊ะระหว่างที่รออาหารละกัน ก็จะมีเครื่องปรุง ทั้งน้ำจิ้ม น้ำสลัด เตรียมพร้อม
เริ่มจากขวาสุด เป็นไหที่ภายในบรรจุน้ำจิ้มทงคัทสึไว้ สีมันจะออกดำๆ หนืดๆ เปรี๊ยวๆ หน่อย
ต่อมาสองขวดแก้ว เป็นน้ำสลัด เอาไว้ราดกะหล่ำปลีซอยครับ สีน้ำตาลเป็นงาบด สีดำเป็นรสเปรี๊ยวๆ ครับ
และตลับเหล็กเป็นมัสตาร์ดครับ เอาไว้กินกับตัวหมูทอด แต่ผมไม่ชอบเท่าไหร่เพราะกลิ่นแรงไป

น้ำจิ้ม และน้ำสลัดที่วางอยู่บนโต๊ะ

จากนั้น ถ้าเราสั่งอาหารทอดๆ เค้าจะยกถ้วยงาคั่วอย่างดี พร้อมแท่งไม้มาให้ วิธีคือเราต้องบดงา
วิธีการทำที่ถูกคือเราเอาแท่งไม้หมุนๆ บดตัวงาให้กระแทกกับส่วนที่เป็นร่องของถ้วยนะครับ หมุนวนไปเรื่อยๆ ตามเข็มนาฬิกา เราจะได้ยินเสียงแครกๆๆๆ, บดแค่พอละเอียด เริ่มได้กลิ่นก็พอแล้วครับ ไม่ต้องให้แตกละเอียดถึงอนุภาคหรือโมเลกุล

ได้งาบดแล้ว ก็ตักน้ำจิ้มในไหมาราดครับ แนะนำว่าตักพอประมาณครับ เพราะตักเยอะงาจะจาง
ผมว่าประมาณ 1/3 – 1/2 ของถ้วยน่าจะกำลังพอดีนะครับ

ถ้วยงาพร้อมงาคั่ว Saboten ซาโบเตน

ต่อมา พนักงานจะเสิร์ฟกะหล่ำในจานเขียวก็จะมาลงที่โต๊ะ
เราก็แบ่งกะหล่ำซอยในจานเขียวมาลงถ้วยเล็กสีขาวครับ โดยใช้ตะเกียบยาวคีบมาเท่าที่ต้องการ แล้วเราจะกินกับน้ำราดครับ

กะหล่ำปลีซอย saboten ซาโบเตน

กะหล่ำนี่ผมว่ามันเย็นสดชื่นมากๆ ต่างกับที่กินกับใส้กรอกอีสานลิบลับ แถมไม่ค่อยเหม็นเขียวหรือเหม็นดินด้วย
พนักงานก็ขยันมาเติมกะหล่ำเหลือเกิน กะให้อิ่มกันเลยทีเดียว

กะหล่ำปลีซอย saboten ซาโบเตน

เมื่อ tonkatsu ชุดใหญ่มาพร้อม

หลังจากซัดกะหล่ำไปเซตนึง พนักงานก็เสิร์ฟชุดหมูทอดครับ… มันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากๆ

ทั้งข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ซุปมิโซะหอมฉุยก็มาพร้อมกันครับ
แอบชิมแล้ว รสชาติถือว่าไม่เลวเลย แถมกินหมดแล้วขอเพิ่มได้เรื่อยๆ อีก
บางทีกินเหลือครึ่งถ้วย เริ่มเย็นแล้ว เค้าก็มาเปลี่ยนถ้วยให้นะครับ ดีมากๆๆๆ

ซุปมิโสะร้อนๆ saboten ซาโบเตน

ส่วนนี่คือตัวเอกของชุดครับ ทงคัทสึหมูสันนอกชิ้นใหญ่นั่นเอง สังเกตจะเห็นมีติดมันตรงขอบนิดๆ
เนื้อหมูที่เลือกใช้เป็นหมู S-Pure ครับ (เค้าบอกรับประกันความสดและสะอาด)
แอบกรี๊ดเบาๆ พ่อครัวทอดได้ดูเหลืองหอมและน่ากินมาก
และชองแท้ ชิ้นกลางๆ ต้องแอบตะแคงให้เราเห็นเนื้อหมูด้วย

หมูสันนอก tonkatsu saboten ซาโบเตน

สิ่งที่สันนอกโดดเด่นคือ ตรงที่มีติดมันหน่อยนึงนี่แหละครับ ผมว่ามันทำให้เกิดความสมดุลของหมูทั้งชิ้นครับ
เพราะถ้าเป็นสันใน (เนื้อเพียวๆ) บางร้านจะค่อนข้างฝืดคอไปหน่อย และผมว่ากัดแล้วรู้สึกว่าเป็นเนื้อล้วนๆ

หมูสันนอกทอดน่ากิน Saboten ซาโบเตน

แต่การที่มีมันนั้น ชิ้นหมูมันจะออกแนวนุ่มกว่า และเมื่อเคี้ยวไปที่ขอบส่วนที่ติดมันเล็กๆจะกระจายและแทรกซึมไปตามร่องเหงือก ซึ่งปริมาณของมันก็ไม่ได้เยอะมากจนทำให้เลี่ยนนะครับ (ถ้าซวยๆ อาจได้ชิ้นที่มันเยอะไปหน่อยนะ)

หมูสันนอก tonkatsu saboten ซาโบเตน

ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนที่เป็นมันยังมีส่วนที่คล้ายๆ เอ็นที่ไม่แข็งมากด้วย เวลาเคี้ยวทำให้เพิ่มมิติและความรู้สึกอร่อยเพิ่มมากขึ้นด้วยนะครับ

หมูสันนอก tonkatsu saboten ซาโบเตน

ไหนๆๆๆๆ ลองเอาทงคัทสึไปสัมผัสน้ำจิ้มซิ….
รสชาติของน้ำจิ้มช่วยลดความเลี่ยนของชิ้นหมูได้มาก รวมทั้ง ยังได้ความหอมของงาด้วย
และยิ่งได้คู่กับกะหล่ำปลีซอยยิ่งสุดยอดครับ โอยยยยยย หิวเอง T T

หมูสันนอกในน้ำจิ้ม saboten ซาโบเตน

ส่วนขนมปังเป็นเกล็ดละเอียดครับ ทอดได้เหลืองกรอบและน่ากินมากๆ
บรรยากาศในร้านมันคละคลุ้งด้วยกลิ่นนี้ไปทั่ว และทุกโต๊ะก็มีของทอดสีเหลืองทองทุกโต๊ะ
ทุกคนในร้านต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้ม (โดยเฉพาะเจ้าของร้าน)

แป้งกรอบสีเหลืองทอง น่ากินมากๆ Saboten ซาโบเตน

แป้งยังกรอบแต่ไม่แข็งเลย ถึงแม้ว่าหมูในจานเย็นแล้ว (เพราะมัวแต่ถ่ายรูป)
แอบอมน้ำมันเล็กน้อยครับ กินแล้วไม่เลี่ยนครับ

เกล็ดขนมปังบนหมูทอด saboten ซาโบเตน

นอกจากหมูธรรมดา เค้าก็มีชีสด้วยนะเธอ

ใช่ครับ ซาโบเตน นอกจากจะมีชื่อเสียงของหมูสันนอกแล้ว ยังมีสอดใส้ชีสด้วยครับ
จะเป็นเซ็ตที่เป็น Miniset ร่วมกับของทอดอย่างอื่นๆ ด้วย ชื่อ หมูสันในสอดใส้ชีสมิกซ์
ซึ่งทุกอย่างล้วนแต่อร่อยมากๆๆ

หมูสันในสอดใส้ชีสมิกซ์ Saboten ซาโบเตน

เริ่มที่หมูสันในใส้ชีสที่เราเพรียกหา ไม่ธรรมดาจริงๆ
ดูแค่ภายนอกก็น่ากินมากมายแล้วครับ

หมูสันในสอดใส้ชีส

อยากบอกว่าชีสมันเยอะเวอร์มากๆๆ
กัดไปคำแรกนี่ชีสล้นทะลักอย่างรุนแรงมากๆๆๆ แต่ชีสเค้าหอมมากเลยล่ะ
(กัดตอนร้อนระวังชีสลวกปากนะ เปรียบกับลาวาไหลโดนปากประมาณนั้น เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน)

หมูสันในสอดใส้ชีส ชีสเยอะมากๆ Saboten ซาโบเตน

นี่กัดคำที่สอง ชีสมันก็ยังไหลไม่หยุด โฮกๆๆๆๆ อร่อยๆๆๆ
ถ้าเจอแบบนี้เยอะๆ ชีสมันคงละลายไปอยู่ตามตัว แล้วผมคงจะถูกอัดใส้ชีสแทน

หมูสันในสอดใส้ชีส ชีสเยอะมากๆ Saboten ซาโบเตน

ส่วนอีกชิ้นในจานเท่าที่ฟังทันเค้าบอกว่าเป็นคร๊อกเก็ตปู
โดยเอามาผสมกับมายองเนส หอมใหญ่ ฯลฯ (ฟังไม่ทัน) แล้วปั้นก้อนเอาไปชุบแป้งทอด
ที่น่าแปลกสำหรับอันนี้คือ มันมีชิ้นเดียว

คร๊อกเก็ตปูมายองเนส saboten ซาโบเตน

ชิ้นนี้อยากบอกว่าอร่อยมากๆๆ เค้าปรุงรสได้ลงตัวมากๆ เลย
อีกทั้งกลิ่นหอมจางๆ จากหอมใหญ่เหมือนจะทำให้เคลิ้มไปตามตามกรอบนอก และนุ่มในของคร๊อกเก็ต

คร๊อกเก็ตปูมายองเนส saboten ซาโบเตน

โอยยยยย กินเยอะไปรึเปล่าเนี่ยยยยยย
แต่ก็อร่อยมากๆ เลยนะเนี่ยยยย อยากกินอีกกกกกกกก

ของหวานท้ายชุด

เมื่อซัดไปจนหมด อยากบอกว่าอิ่มมากๆๆๆๆ
แต่ถึงกระนั้น ก็ต้องมีคิวของหวานผิดท้ายหน่อยครับ เป็นไอศครีมชาเขียวครับ

ไอศครีมชาเขียว saboten ซาโบเตน

ผมว่ามันอร่อยมากๆ เลยนะ ยิ่งกว่าไอศครีมชาเขียวของ Swensen เลย เพราะหอมนมมากกว่า
มีแค่ลูกเดียวนะครับ ขอสองไม่ได้ แอบเสียใจ 😉

สรุปการมาชิมครั้งนี้

แพงเอาการเหมือนกันครับ
เหตุที่มันแพงเพราะ vat + service charge = 7% + 10%
แต่เทียบกับคุณภาพและการที่ร้านตั้งอยู่ในห้างแล้วก็สมเหตุผลอยู่

อิ่มอร่อยจาก saboten ซาโบเตน

รวมทั้งผมยังแอบชื่นชทซาโบเตนว่าไม่ว่าคนจะเยอะแค่ไหน เค้าก็รักษาคุณภาพของเค้าได้ยอดเยี่ยม
ทั้งเรื่องความสดของอาหาร การทอด การบริการต่างๆ แทบไม่ drop เลย
เมื่อคุณได้มีโอกาสกินที่นี่แล้ว คุณจะไม่สามารถกลับไปกินข้าวหมูทอดทั่วไปได้อีก
ความอร่อยมันต่างกันมากๆ เลย

พล่ามข้อดีมานาน เอาข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ บ้างนะครับ
คือคนต่อคิวนานครับโดยเฉพาะช่วง Prime time ในการกินอาหาร บางทีอาจต้องรอถึงครึ่งชั่วโมง โดยเฉพาะมาเป็นครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ๆ อาจต้องรอนานเป็นพิเศษนะครับ
และชิ้นหมูค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับร้านอื่นครับ (แต่นั่นก็อิ่มมากแล้วนะ)